
เมืองนนทบุรี� มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 400 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้า
พระยา มีคูคลองน้อยใหญ่มากมายเป็นเมืองเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิม
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านตลาดขวัญ ซึ่งเป็นสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อในสมัยนั้นได้รับการยกฐานะเป็น
เมืองนนทบุรีเมื่อ พ.ศ. 2092�ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ�บ้านตลาดขวัญเป็นดิน
แดนแห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นสวนผลไม้ที่มีชื่อแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ฝรั่งต่าง
ชาติที่ได้เดินทางเข้ามาค้าขายและเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาต่างก็ได้บันทึก
เอาไว้ ดังปรากฏในจดหมายเหตุบันทึกการเดินทางของลาลูแบร์ชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งเดินทาง
เข้ามาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า สวนผลไม้ที่บางกอกนั้น (หมายถึงกรุง
เทพฯ ในปัจจุบัน) มีอาณาบริเวณยาวไปตามชายฝั่ง โดยทวนขึ้นสู่เมืองสยามถึง 4 ลี้กระ
ทั่งจรดตลาดขวัญ
(TALACOUN)
ทำให้เมืองหลวงแห่งนี้อุดมสมบูรณ์
ไปด้วยผลาหาร
ซึ่งคนพื้นเมืองชอบบริโภคกันนักหนา (
จดหมายเหตุลาลูแบร์)
ปี พ.ศ. 2179 พระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯให้ขุดคลองลัดตอนใต้วัดท้ายเมืองไปทะลุวัดเขมาเพราะเดิมนั้นแม่น้ำเจ้าพระยาไหล
วกเข้าแม่น้ำอ้อมมาทางบางใหญ่วกเข้าคลองบางกรวยข้างวัดชลอ� มาออกหน้าวัดเขมา�เมื่อขุดคลองลัดแล้วแม่น้ำก็เปลี่ยนทางเดิน
ไหลเข้าคลองลัดที่ขุดใหม่�กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาใหม่ดังปัจจุบันนี้�เมื่อพ.ศ.2208สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเห็นว่าแม่น้ำ
เปลี่ยนทางเดินใหม่นั้น� ทำให้ข้าศึกประชิดพระนครได้ง่าย�จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างป้อมปราการตรงปากแม่น้ำอ้อม�และโปรดเกล้าฯ
ให้ย้ายเมืองนนทบุรีมาอยู่ปากแม่น้ำอ้อมด้วย ดังมีศาลหลักเมืองปรากฏอยู่��นอกจากป้อมที่ปากแม่น้ำอ้อมแล้วเข้าใจว่าในสมัยกรุง
ศรีอยุธยาคงจะได้มีการสร้างป้อมไม้เอาไว้ที่บริเวณวัดเฉลิมพระเกียรติในปัจจุบัน เพราะปรากฏหลักฐานจากจดหมายเหตุรายวัน
ของบาทหลวง เดอชัวซีย์ ผู้ซึ่งเดินทางร่วมมากับคณะราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่เข้ามาเจริญทางพระราชไมตรีในสมัยสมเด็จ
พระนารายณ์มหาราชเมื่อ พ.ศ.2228 ว่า
เช้าวันนี้เราผ่านป้อมที่ทำด้วยไม้ 2 ป้อมป้อมหนึ่ง ยิงปืนเป็นการคำนับ 10 นัดอีกป้อมหนึ่ง 8
นัด ที่มีแต่ปืนครกเท่านั้น ดินปืนดีมากทีเดียวป้อมทางขวามือเรียกป้อมแก้ว และป้อมทางซ้ายมือเรียกป้อมทับทิม ณ ที่นี้เจ้าเมือง
บางกอกก็กล่าวคำอำลาและอ้างเหตุว่าได้ควบคุมเรือขบวนมาส่งจนสุดแดนที่อยู่ในความปกครองของเมืองบางกอกแล้ว แล้วก็ลา
ท่านราชทูตกลับไป และในปี พ.ศ.
2230 เมื่อลาลูแบร์เป็นราชทูตเข้ามากรุงศรีอยุธยาก็ได้กล่าวถึงป้อมไม้แห่งนี้ไว้ด้วยโดยที่เขียน
เป็นแผน
ที่เอาไว้อย่างชัดเจนตามหลักฐานดังกล่าว จึงเข้าใจว่าป้อมแก้วคงตั้งอยู่ ณ บริเวณตลาดแก้ว ส่วนป้อมทับทิมเข้าใจว่าคง
ตั้งอยู่ ณ บริเวณหน้าวัดเฉลิมพระเกียรติในปัจจุบัน
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองนนทบุรีไปตั้งที่ปากคลองบางซื่อบ้านตลาดขวัญและในสมัย
รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศาลากลางเมืองขึ้นที่ปากคลองบางซื่อ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงปี
พ.ศ.2471รัชกาลที่ 7
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายศาลากลางมาตั้งที่ราชวิทยาลัย บ้านบางขวาง ตำบลบางตะนาวศรีปัจจุบัน
เป็นที่ตั้งกองฝึกอบรมกระทรวง
มหาดไทยตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎร์ สาย 1 อำเภอเมือง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา� ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปตามอาคาร
ประดับด้วยไม้ฉลุ��ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีเป็นโบราณสถานแห่งหนึ่ง และในปัจจุบันศาลากลางจังหวัด
นนทบุรีได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่ถนนรัตนาธิเบศร์

จังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ในภาคกลางเป็นจังหวัดหนึ่งใน 5 จังหวัดปริมณฑล คือ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาครและปทุม
ธานีมีเนื้อที่ประมาณ 622.303 ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและแบ่งพื้นที่ของจังหวัดออกเป็น 2 ส่วน
เขตการปกครองแบ่งออกเป็น อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด อำเภอบางกรวย อำเภอบางใหญ่�อำเภอบางบัวทองและอำเภอ
ไทรน้อย

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดปุทมธานี และพระนครศรีอยุธยา
ทิศใต้ ติดต่อกับกรุงเทพมหานคร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปทุมธาน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดนครปฐม
| สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี |
โทร. 0 2580 0751, 0 2589 7615 |
| เทศบาลปากเกร็ด |
โทร. 0 2960 9704 - 14 |
| อำเภอปากเกร็ด |
โทร. 0 2583 8326, 0 2583 9878 |
| องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด |
โทร. 0 2583 9544 |
| ที่ว่าการอำเภอไทรน้อย |
โทร. 0 2597 1178 |
| โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า |
โทร. 0 2527 0246-53 |
| โรงพยาบาลนนทเวช |
โทร. 0 2589 0102 - 7 |
|