

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมือง
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
เป็นที่ตั้งของหลักเมืองจังหวัดยะลาซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวจังหวัดยะลาตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัด
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยอดเสาหลักเมืองให้เมื่อวันที่ 18
พฤษภาคม 2505 ภายใน
ศาลประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งสร้างด้วยแก่นไม้ชัยพฤกษ์สูง 50 เซนติเมตร วัดโดยรอบที่ฐาน 43 นิ้ว ที่ปลาย 36 นิ้ว พระเศียร
ยอดเสาเป็นรูปพรหมจตุรพักตร์และเปลวไฟ บริเวณโดยรอบเป็นสวนสาธารณะร่มรื่นสวยงาม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
ทั่วไป และทุกๆ ปี จะมีการจัดงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง ระหว่างวันที่
25-31 พฤษภาคม
สวนสาธารณะสนามช้างเผือก
(สนามโรงพิธีช้างเผือก)ตั้งอยู่ใจกลางเมืองยะลา มีพื้นที่ 80 ไร่เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายช้างเผือกพระเศวต
สุรคชาธาร" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2511 ปัจจุบันได้รับการตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้
ใบ และไม้ประดับไว้อย่างสวยงาม มีสระน้ำ มีศาลากลางน้ำ รูปปั้นจำลองของสัตว์ต่างๆ หลายชนิด
ประชาชนนิยมไปพักผ่อนใน
ยามว่างเป็นจำนวนมาก และในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เทศบาลจัดให้มีการแสดงดนตรีเพื่อ
ให้ประชาชนที่ไปพักผ่อนหย่อนใจใน
สวนสาธารณะได้รับความเพลิดเพลินอีกด้วย
สวนขวัญเมือง
เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองยะลา ดัดแปลงมาจากสวนสาธารณะพรุบาโกย อยู่ห่างจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองประมาณ
300 เมตร มี
เนื้อที่ประมาณ 207 ไร่ จัดให้เป็นสนามกีฬา สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง โดยเฉพาะทะเลสาบ
มีเนื้อที่ 69 ไร่ เนื่องจาก
จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีพื้นที่ทั้งหมดเป็นป่าเขา ไม่มีชายทะเลเลย ทางเทศบาลเมืองยะลาจึงได้จัดทำชายหาด
จำลองขึ้น มีสนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงซึ่งเป็นสนามมาตรฐานใหญ่ที่สุดในจังหวัดภาคใต้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นผู้ทำพิธี
เปิด "สวนขวัญเมือง" อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2529
น้ำตกบูเก๊ะปิโล หรือน้ำตกตะวันรัศมี
อยู่ระหว่างตำบลบุดี กับตำบลบันนังสาเร็ง อำเภอเมืองยะลา ที่สันเขาลูกนี้มีน้ำตกซึ่งตามประวัติเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของเจ้าผู้
ครองนครเมืองรามันในสมัยที่เมืองชายแดนภาคใต้ยังแยกตัวเป็น 7 หัวเมืองอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินสายยะลา-รามัน 1 กม.
พระพุทธไสยาสน์วัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ)
ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าถ้ำ อ.เมือง ไปตามเส้นทางยะลา-หาดใหญ่ ห่างจากตัวเมือง 6 กม. ตามเส้นทางไปสู่อำเภอยะหา
ชาวบ้านทั่วไป
เรียกว่า วัดหน้าถ้ำ เพราะภายในวัดนี้มีถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง มีพระพุทธไสยาสน์ของโบราณขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายในสันนิษฐาน
ว่าสร้างมาแต่ปี พ.ศ.1300 เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัย มีขนาดความยาว 81 ฟุต 1 นิ้ว
เชื่อกันว่าเดิมเป็นปางนารายณ์บรรทม
สินธุ์ เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์แบบหินยานพระพุทธไสยาสน์วัดหน้าถ้ำ
แห่งนี้ชาวภาคใต้ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ 1 ใน 3 ของดินแดนภาคใต้ คือ พระบรมธาตุเมืองนครฯ พระธาตุไชยาที่สุราษฎร์ธา
นี และพระพุทธไสยาสน์วัดหน้าถ้ำ นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีหิน
งอกหินย้อยสวยงาม ในบริเวณใกล้ๆ กัน มีถ้ำอีกแห่งหนึ่งเรียกว่า
ถ้ำมืด ซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อยเป็นรูปลักษณะต่างๆ
เช่น ม่าน เศียรช้างเอราวัณฯลฯมีน้ำเย็นใสสะอาดไหลจากโขดหินธรรมชาติ
มีไฟฟ้าติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยวที่จะชมถ้ำมืดแห่งนี้
ถ้ำคนโท
อยู่ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 6 กิโลเมตร บนถนนสายยะลา-ยะหา ด้านขวามือ หรือถึงก่อนวัดถ้ำคูหาภิมุขเพียง 1
กิโลเมตร
มีรถประจำทางจากตัวเมืองผ่านทุกครึ่งชั่วโมง เมื่อลงจากรถแล้วเดินเข้าไปตามถนนเล็กๆ ประมาณ 50 เมตร
ผ่านป่าละเมาะไปยัง
ทิวเขากำปั่นอันเป็นที่ตั้งของถ้ำสำเภาทอง และถ้ำคนโท เมื่อผ่านถ้ำสำเภาทองแล้วเดินเลียบเชิงเขาไปอีก 15 นาที จึงถึงถ้ำคนโท
ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความสวยงามและใหญ่ที่สุดในภูเขากำปั่น เป็นภูเขาหินอ่อน ภายในถ้ำมีหินงอกสูงประมาณ 120 เมตร มีลักษณะคล้าย
ผู้หญิงนั่งสมาธิใครๆ เรียกเธอว่า "แม่นางมณโฑ" ซึ่งเพี้ยนมาจากชื่อถ้ำนั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่ขุดพบพระพิมพ์เก่าแก่มาก
มาย โดยเฉพาะพระพิมพ์อวโลกิเตศวรแบบศรีวิชัย ซึ่งเป็นพระพิมพ์ที่มีลักษณะดีและเนื้อสวยที่สุดในบรรดาที่ขุดพบได้ทั้งหมด
ถ้ำศิลป์
ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลหน้าถ้ำในเขตอำเภอเมืองไม่ไกลจากถ้ำคูหาภิมุข การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับวัดถ้ำคูหาภิมุข แต่ต้องเดินทาง
ต่อไปอีก 2 กิโลเมตร สภาพถนนลาดยางจนถึงเชิงเขา มีบันไดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปยังปากถ้ำได้โดยสะดวก (ปากถ้ำสูงจาก
เชิงเขา 28 เมตร) จุดเด่นของถ้ำศิลป์อยู่ที่ภายในถ้ำมีจิตรกรรมฝาผนัง ทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นภาพคนล่าสัตว์ เขียนด้วยสีดำ
และจิตรกรรมสมัยประวัติศาสตร์เป็นภาพพระพุทธประวัติตอนธิดาพระยามารยั่วยวนพระพุทธเจ้า ภาพนี้มีขนาด ยาว 8 เมตร สูง 5
เมตร แต่สภาพของจิตรกรรมค่อนข้างลบเลือน จิตรกรรมนี้ไดรับการยกย่องว่ามี
อายุเก่าแก่ที่สุดที่พบในประเทศไทยและเป็นงาน
ศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยชิ้นเดียวที่เป็นภาพจิตรกรรมการเข้าชมแจ้งความจำนงต่อครูใหญ่โรงเรียนบ้านบันนังลูวาที่อยู่ใกล้ถ้ำซึ่งเป็นผู้
เก็บรักษากุญแจประตูถ้ำ
มัสยิดกลางจังหวัดยะลา
เป็นมัสยิดใหญ่ประจำจังหวัดยะลา ตั้งอยู่ด้านซ้ายของถนนสาย ปัตตานี-ยะลาในเขตเทศบาลเมืองยะลาโดยผ่านบริเวณที่ทางรถ
ไฟตัดข้ามถนนไปเพียง 200 เมตร มัสยิดแห่งนี้เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2527 รูปทรงงดงาม เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่สอด
แทรกเส้นกรอบทรงสุเหร่าไว้ได้อย่างกลมกลืน ด้านหน้าเป็นบันไดกว้าง สูงประมาณ 30 ขั้น ทอดสู่ลานชั้นบน หลังคาทรงสี่เหลี่ยม
มีโดมใหญ่อยู่กลาง นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมได้ด้วยความสำรวม
|