 |
|
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และปราจีนรี เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 ได้รับสมญาว่าเป็น"อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน"เป็นผืนป่าใหญ่ในเทือกเขาพนมดงรัก ในส่วนหนึ่ง
ของดงพญาไฟหรือดงพญาเย็นในอดีต ประกอบไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญถึง 5 สาย
เช่น แม่น้ำนครนายก แม่น้ำมูล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า กวาง เก้ง กระทิง ตลอดจนมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ
ที่สวยงาม
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นับว่าเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญนั้นก็คือน้ำตก
ที่สวยงาม มีน้ำตกน้อยใหญ่เกิดขึ้นหลายแห่ง ซึ่งสำรวจพบและทำเส้นทางเดินเท้าไปถึงแล้วประมาณ 30
แห่ง
ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไปตาม
สภาพธรรมชาติของภูมิประเทศ เป็นที่รู้จักกันดี
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเนื้อที่ 2,168.64 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,355,396.96 ไร่ |
| |
|
การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไปได้หลายทางดังนี้
สายที่ 1
ถนนพหลโยธินผ่านรังสิตถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพผ่านมวกเหล็กไปทางอำเภอปากช่องก่อนถึงอำเภอปากช่องเลี้ยวเข้าถนนธนรัตน์ ระยะ
ทางทั้งสิ้นประมาณ 205 กิโลเมตร
สายที่ 2
ถนนพหลโยธินผ่านรังสิต ผ่านหนองแคเลี้ยวขวาสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 (สุวรรณศร)ที่หินกองผ่านตัวเมืองนครนายกถึงสี่แยกเนินหอมหรือ
วงเวียนนเรศวรก่อนเข้าตัวเมืองปราจีนบุรีเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนปราจีนบุรี-เขาใหญ่ รวมระยะทางประมาณ
190 กิโลเมตร
สายที่ 3
ถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาบริเวณรังสิต เข้าสู่ทางหลวงสายรังสิต-องค์รักษ์ และสายองค์รักษ์-นครนายกบรรจบกับเส้นทางสายที่ 2 แล้วเดินทางต่อ
ตามเส้นทางสายที่ 2 |
|
|
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นับว่าเป็นอุทยานฯที่มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อนักท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ที่สุด ดังนี้
ที่พักแรม
1.บ้านพัก(มีเครื่องนอน)
- บ้านแก่งสงวน 1 จำนวน 12 คน ราคา 1,200 บาท/คืน
-
บ้านกองแก้ว 1 จำนวน 12 คน ราคา 1,200 บาท/คืน
ค่ายพัก(ไม่มีเครื่องนอน)
- ค่ายพักเยาวชน 1.1 จำนวน 30 คน ราคา 20 บาท/คน/คืน
-
ค่ายพักเยาวชน 1.2 จำนวน 30 คน ราคา 20 บาท/คน/คืน
- ค่ายพักเยาวชน 2.1 จำนวน 30 คน ราคา 20 บาท/คน/คืน
- ค่ายพักกองแก้ว 1 จำนวน 50 คน ราคา 10 บาท/คน/คืน
- ค่ายพักกองแก้ว 2 จำนวน 80 คน ราคา 10 บาท/คน/คืน
สำรองที่พักได้ที่ : งานบ้านพัก ฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ถนนพหลโยธิน
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 579-7223 , 579-5734 ,561-4292-3 ต่อ 724 , 725 โทรสาร 579-4611
สถานที่กางเต็นท์ผากล้วยไม้
นำเต๊นท์และเครื่องนอนมาเอง ค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท/คืน เด็กคนละ 10 บาท/คืน
หากไม่มีเต๊นท์และเครื่องนอน อุทยานฯมีบริการให้เช่าดังนี้
- เต๊นท์ขนาด 2 คน ราคา 100 บาท/คืน
- เต๊นท์ขนาด 4 คน ราคา 150 บาท/คืน
- เต๊นท์ขนาด 8 คน ราคา 300 บาท/คืน
- ถุงนอน ราคา 50 บาท/ถุง/คืน
- ผ้าห่ม ราคา 15 บาท/ถุง/คืน
- อุปกรณ์พักค้างแรมอื่นๆ
หมายเหตุ :
ต้องติดต่อที่สถานที่กางเต็นท์ผากล้วยไม้ก่อนเวลา 18.00 น. ของวันที่จะพักค้างแรมหลังเวลาดังกล่าวไม่อนุญาตให้พักค้างแรมศูนย์บริการนักท่อง
เที่ยวอยู่ใหล้กับที่ทำการอุทยานฯมีขนาดใหญ่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่า150 คน
และใน
บริเวณนี้มีโรงประชุมขนาดใหญ่ใช้
สำหรับเป็นที่ประชุม บรรยายด้วย สาธารณูปโภค มีถนนระบบสองทางเชื่อมโยงไปยังจุดท่องเที่ยวและนันทนาการต่างๆอย่างทั่วถึง ความยาวรวมกัน
กว่า 86
กิโลเมตร มีไฟฟ้าตลอด 24
ชั่วโมง
บริการเกี่ยวกับรถ
- รถบริการส่องสัตว์ไม่เกิน 12 คน ราคา 300 บาท/คัน
- รถบริการส่องสัตว์ไม่เกิน 25 คน ราคา 450 บาท/คัน
- รถบริการส่องสัตว์ไม่เกิน 40 คน ราคา 600 บาท/คัน
- รถสวัสดิการนำเที่ยว สายด่านตรวจศาลเจ้าพ่อฯ-น้ำตกเหวสุวัต ราคาคนละ 20 บาท ตลอดเส้นทาง ออกจากด่านตรวจศาล
- เจ้าพ่อเวลา 10.00 น. และออกจากน้ำตกเหวสุวัต เวลา 13.00 น. ทุกวัน
หมายเหตุ :
ให้ติดต่อสำรองรถส่องสัตว์ได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภายในเวลา 18.00 น.ของวันที่จะส่องสัตว์ อนึ่งไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวส่อง
สัตว์ด้วยตนเอง ฝ่าฝืนจับ-ปรับ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก หน่วยกู้ภัย
พยาบาลสนามตลอด
จนเจ้าหน้าที่ที่คอยให้คำแนะนำและ
อำนวยความสะดวกตลอดเวลา |
|
|
สภาพทั่วๆไปของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อนกันหลายลูก ได้แก่ เขาร่ม
ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร
เขาแหลมสูง 1,326 เมตร เขาเขียวสูง 1,292 เมตร เขาสามยอดสูง 1,142 เมตรเขาฟ้าผ่าสูง
1,078 เมตร เขากำแพงสูง 875 เมตร เขาสมอปูนสูง
805 เมตร และเขาแก้วสูง 802 เมตร วัดความสูงจากระดับน้ำทะเลเป็นเกณฑ์
และยังประกอบด้วยทุ่งกว้างสลับกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ด้านทิศเหนือ
และทิศตะวันออกพื้นที่จะลาดลงทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นที่สูงชันขึ้นไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำที่สำคัญถึง 5 สาย ดังนี้
แม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก
อยู่ในพื้นที่ด้านทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคนี้ แม่น้ำทั้ง 2 สาย
นี้ พบกันที่จังหวัดฉะเชิงเทรา กลายเป็นแม่น้ำบางปะกงแล้วไหลลงสู่อ่าวไทย
แม่น้ำลำตะคองและลำพระเพลิง
อยู่ในพื้นที่ด้านทิศเหนือ ไหลไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของที่ราบสูงโคราชไปบรรจบกับแม่น้ำมูลซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของภาคอีสานตอนล่าง
ไหลลงสู่แม่น้ำโขง
ห้วยมวกเหล็ก
ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำไหลตลอดทั้งปี และให้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปศุสัตว์ของภูมิภาคนี้ ไหลลงสู่
แม่น้ำป่าสัก ที่อำเภอมวกเหล็ก |
|
|
สภาพป่ารกทึบ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้เกิดพายุฝนตกชุกตามฤดูกาล อากาศไม่ร้อนจัดหรือหนาวจัดจนเกินไป
จัดอยู่ในประเภทเย็นสบาย
เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยว และประกอบกิจกรรมนันทนาการชนิดต่างๆอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน
แม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวในที่อื่นใด แต่บนเขาสูงเช่นเขาใหญ่ อากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนเล่นน้ำในลำธารและนำอาหารไปรับประ
ทาน ดอกไม้ป่าหลากสีสันกำลังบานสะพรั่งออกดอกออกผลตามฤดูกาล
ฤดูฝน
เป็นช่วงหนึ่งของปีที่สภาพธรรมชาติบนเขาใหญ่ชุ่มฉ่ำ ป่าไม้และทุ่งหญ้าเขียวขจีสดสวย น้ำตกทุกแห่งไหลแรงเสียงดังก้องป่า ให้ชีวิตชีวาแก่ผู้มา
เยือน แม้การเดินทางจะลำบากสักหน่อยแต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ฤดูหนาว
ในช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเขาใหญ่มากที่สุด ท้องฟ้าสีครามแจ่มใสตัดกับสีเขียวขจีของป่าไม้
พยับหมอกที่ลอย
เอื่อยไปตามทิวเขา ดวงอาทิตย์กลมโตอยู่เบื้องหน้าไกลโพ้นอากาศที่หนาวเย็นในตอนกลางคืนแต่
รุ่ง
เช้าของ
วันใหม่เราจะพบกับธรรมชาติที่สวย
งามแตกต่างไปจากเมื่อวานอีกรูปแบบหนึ่ง |
|
| :: พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :: |
|
1.ป่าเบญจพรรณแล้ง
ลักษณะของป่าชนิดนี้อยู่ทางด้านทิศเหนือซึ่งมีระดับความสูงระหว่าง 200-600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบไม้ยืนต้นประเภทผลัดใบ เช่น มะค่า
โมง ประดู่ ตะแบก ตะเคียน หนู แดงนนทรีย์ ซ้อ ปออีเก้ง สมอพิเภก ตะคล้ำ เป็นต้น พืชชั้นล่างมีไม้ไผ่และหญ้าต่างๆรวมทั้งกล้วยป่าด้วย ในฤดูแล้ง
ป่าชนิดนี้จะมีไฟไหม้ลุกลามเสมอ และตามพื้นป่าจะมีหินปูนผุดขึ้นทั่วๆไป
2.ป่าดงดิบแล้ง
ลักษณะป่าชนิดนี้มีอยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นที่ราบลูกเนินในระดับความสูง 200-600 เมตรจากระดับน้ำทะเลไม้ชั้นบนได้แก่
ไม้ยางนก พันจำ
เคี่ยมคะนอง ตะเคียนทอง ตะเคียนหิน ตะแบก สมพงสอง สลึง มะค่าโมง ปออีเก้ง สะตอซากและคอแลนเป็นต้นไม้ยืนต้นชั้นรองลงมามี กระเบา
กลัก หลวงขี้อาย และกัดลิ้น เป็นต้น พืชจำพวกปาล์ม เช่น หมากลิง
และลานพืชชั้นล่างประกอบด้วยพืชจำพวกมะพร้าวนกคุ้ม พวกขิง ข่า กล้วยป่า
และเตย เป็นต้น
3.ป่าดงดิบชื้น
ลักษณะป่าชนิดนี้เป็นป่าที่อยู่ในระดับความสูง 400-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล จะมีชนิดไม้คล้ายคลึงกับป่าดงดิบแล้งเพียงแต่ว่ามีพันธุ์ไม้วงศ์
ยางขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ยางกล่อง ยางขน ยางเสี้ยน และกระบาก โดยเฉพาะพื้นที่ถูกรบกวนจะพบชมพูป่า
และกระทุ่มน้ำขึ้นอยู่โดยทั่วไป
พันธุ์ไม้ผลัดใบเช่น ปออีเก้ง สมพง และกว้าว แทบจะไม่พบเลยบริเวณริมลำธารมักจะมีไม้ไผ่ลำใหญ่ๆคือ ไผ่ลำมะลอกขึ้นอยู่เป็นกลุ่ม ป่าดิบชื้นบน
ที่สูงขึ้นไปจะมียางปายและยางควน นอกจากไม้ยางแล้วไม้ชั้นบนชนิดอื่นๆยังมี เคียนคะนอง ปรก บรมือ จำปีป่า พะดงและทะโล้ ไม้ชั้นรองได้แก่
ก่อน้ำ ก่อรัก ก่อด่างและก่อเดือย ขึ้นปะปนกัน
4.ป่าดิบเขา
ป่าชนิดนี้ เกิดอยู่ในที่มีอากาศเย็นบนภูเขาสูง ที่อยู่จากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตรขึ้นไป สภาพป่าแตกต่างไปจากป่าดงดิบชื้นอย่างเห็นได้
ชัด ไม่มีไม้วงศ์ยางขึ้นอยู่เลย พันธุ์ไม้ที่พบเป็นไม้เนื้ออ่อน เช่น พญาไม้ มะขามป้อมดงขุนไม้และสนสามพันปี และ
ไม้ก่อชนิดต่างๆที่พบขึ้นในป่า
ดงดิบชื้น นอกจากก่อน้ำและก่อต่างๆ ความสูงจากระดับน้ำทะเล
600-900 เมตรเท่านั้น ตามเขาสูงจะพบกำลังเสือโคร่งขึ้นกระจัดกระจาย ไม้ชั้นรอง
ได้แก่ เก็ดส้านส้มแปะแกนมอ เพลาจังหันและหว้า พืชชั้นล่าง ได้แก่ต้างผากำลังกาสาตัวผู้ กูด และกล้วยไม้ดิน
5.ทุ่งหญ้าและป่ารุ่นหรือป่าเหล่า
ลักษณะป่าชนิดนี้เป็นผลเสียเนื่องจากการทำไร่เลื่อนลอยในอดีต ก่อนมีการจัดตั้งป่าเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติได้มีราษฎรอาศัยอยู่ และได้แผ้ว
ถางป่าทำไร่ เมื่อมีการอพยบราษฎรลงไปสู่ที่ราบ บริเวณไร่ดังกล่าวจึงถูกปล่อยทิ้ง ต่อมามีสภาพเป็นทุ่งหญ้าคาเสียส่วนใหญ่ บางแห่งมีหญ้าแขม
หญ้าพง หญ้าขนตาช้างเลา และตองกง และยังมีกูดชนิดต่างๆขึ้นปะปนอยู่ด้วยเช่น โขนใหญ่ กูดปิ้ด โขนผี กูดงอดแงด และกูดตีนกวาง ปัจจุบัน พื้น
ที่ป่าทุ่งหญ้าบางแห่งได้กลับฟื้นคืนสภาพ
เป็นป่าละเมาะบ้างแล้ว
สัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก ในบางโอกาสขณะขับรถยนต์ไปตามถนน จะสามารถเห็นสัตว์ป่าเดินผ่านหรือออกหากินตาม
ทุ่งหญ้า หรืออาจจะเห็นโขลงช้างออกหากินริมถนนบริเวณตั้งแต่ที่ชมวิว กิโลเมตรที่ 30 จนถึงปากทางเข้าหนองผักชี ตลอดจนโป่งต้นไทร ลูกช้างเ
ล็กๆ ซน และน่ารักมาก ในปัจจุบันถ้าขับรถยนต์ขึ้นเขาใหญ่ทางด่านตรวจเนินหอมข้ามสะพานคลองสามสิบไปแล้ว ก็สามารถเห็นโขลงช้างได้เหมือน
กัน โดยเฉพาะในตอนกลางคืน จากการศึกษาตามโครงการการอนุรักษ์ช้างป่า และการจัดการพื้นที่ป้องกัน(Elephant Conservation and Protectedarea management) โดย Mr. Robert J. Dobiasภายใต้ความร่วมมือของ WWF และ IUCN ในปี 2527-2528 พบว่ามีจำนวนประมาณ
250 เชือก
สัตว์ป่าที่สามารถพบเห็นได้บ่อยๆและตามโอกาสอำนวย ได้แก่ เก้ง กวาง ตามทุ่งหญ้าทั่วๆไป นอกจากนี้ยังพบเสือโคร่งกระทิงเลียงผา หมี เม่น ชะนี
พญากระรอก หรือหมาไม้ ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า นก ฯลฯ จำนวน 200 ชนิด จากจำนวนไม่น้อยกว่า
293
ชนิดที่สำรวจพบอาศัยป่าเขาใหญ่เป็น
แหล่งอาหารและที่อาศัยอย่างถาวร นกที่น่าสนใจและพบเห็นบ่อยๆ
ได้แก่นกเงือกนกขุนทองนกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแร้ว นกโพระดก นก
แซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ นกเงือกทั้ง
3
ชนิดที่พบบนเขาใหญ่ นับว่าเป็นสิ้งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
ที่ชอบดูนกเป็น
อย่างดี เพราะพบเห็นได้โดยทั่วไป พวกแมลงที่มีมากก็คือ
ผีเสื้อชนิดต่างๆที่สวยงามมีประมาณ 5,000 ชนิด |
|
| :: สถานที่ที่น่าสนใจแนะนำ :: |
|
จุดชมทิวทัศน์
จุดชมวิวทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่เด่นๆมีด้วยกัน 3 จุด คือ
จุดชมทิวทัศน์ กม.30 ถนนธนรัตน์
อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 680 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถชมทิวทัศน์ด้านทิศเหนือของอุทยานฯได้เป็นบริเวณกว้างและสวยงาม มองเห็น
เทือกเขาสลับซับซ้อนแม้แต่ทุ่งนาหมู่บ้านท่ามะปรางที่อยู่ห่างไกล ก็ช่วยแต้มเติมให้ภูมิทัศน์งดงามยิ่ง
จุดชมทิวทัศน์เขาเขียว (ผาตรอมใจ)
นับเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามน่าชมและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก มีลักษณะคล้ายผานกเค้าที่ภูกระดึงจะมองเห็นภูเขาร่มขวางอยู่
เป็นแนวยาว และทิวทัศน์ที่สวยงามด้านจังหวัดปราจีนบุรี ตอนเช้าตรู่จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้น
ยามเช้าเป็นดวงกลมสีแดงเหนือสันเขาร่มที่สวยงาม
จุดชมทิวทัศน์ กม.9
อยู่ช่วงกิโลเมตรที่ 9 ถนนขึ้นเขาเขียว สามารถมองทิวทัศน์ป่าไม้และภูเขาด้านทิศเหนือตลอดแนวได้เป็นอย่างดี |
|
น้ำตกนางรองและน้าตกสาริกา
น้ำตกทั้ง 2 แห่ง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครนายก มีชื่อเสียงมาช้านาน ก่อนการจัดตั้งอุทยานฯ การเดินทางไปยังน้ำตกทั้ง 2 แห่งนี้
ทำได้โดยสะดวกเพราะมีถนนลาดยาง แยกจากถนนสุวรรณศรเข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร |
|
น้ำตกกองแก้ว
เป็นน้ำตกเตี้ยๆที่เกิดจากห้วยลำตะคอง ในฤดูฝนจะดูสวยงามมากเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ ใกล้บริเวณน้ำตกจะมีสะพานแขวนข้ามลำห้วย 2 สะพาน
ห้วยลำตะคองเป็นแนวเขตแบ่ง 2 จังหวัด คือ จังหวัดนครนายก และจังหวัดนครราชสีมา น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจาก
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และศูนย์
บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 100 เมตร |
|
น้ำตกผากล้วยไม้
เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่อยู่ในห้วยลำตะคองเช่นเดียวกัน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์และทาง
เดินเท้า น้ำตกผากล้วยไม้จะมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้ |
|
น้ำตกเหวสุวัต
เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากจนเป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป น้ำตกเหวสุวัตนี้อยู่สุดถนนธนะรัชน์หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปก็ได้
ประมาณ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตรเศษบริเวณด้านล่างของน้ำตก
เป็นแอ่งน้ำและลำธารเหมาะที่
จะลงเล่นน้ำ แต่สำหรับฤดูฝนน้ำจะมากและไหลแรง และค่อนข้างเย็นจัด |
|
น้ำตกเหวนรก
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุด อยู่ทางด้านทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ๋ มีทั้งหมด 3 ชั้นชั้นแรกสูงประมาณ 60
เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผา
ชั้นนี้ จะไหลลงสู่หน้าผาชั้นที่สองและที่สามที่อยู่ถัดลงไปใกล้ๆกันในลักษณะการไหลตก 90
องศารวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร เป็นสายน้ำที่
ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนดูน่ากลัว |
|
น้ำตกไม้ปล้อง
เป็นน้ำตกที่พบมานาน ได้รับการปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ มัทั้งหมด 5 ชั้น ลดหลั่นกันลงมาชั้นสูงสุดไม่เกิน 12
เมตรมีลักษณะคล้าย
คลึงกับน้ำตกเหวนรก หรือเหวสุวัต ความงามตลอดเส้นทางเดินเท้าประกอบด้วย โขดหินเล็กใหญ่และลำธารที่สวย
งามการเดินทางไปน้ำตกแห่งนี้
เริ่มต้นที่วังตะไคร้ โดยการเดินเท้าตามเส้นทางเดินเท้าระยะทางประมาณ24 กิโลเมตร ผู้สนใจติอต่อได้ที่หน่วย ขญ.9(นางรอง) มีเจ้าหน้าที่คอยอำ
นวยความสะดวกให้ด้วย |
|
น้ำตกวังเหว
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีความกว้างประมาณ 40-60 เมตร ในฤดูฝนน้ำมากและไหลแรง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.6
(ไสใหญ่)
ประมาณ 17 กิโล
เมตร อยู่ใจกลางป่าทางด้านทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การเดินทางจะต้องใช้เวลาในการเดินทางถึง 2 วัน จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบการ
ผจญภัยและพักค้างแรมในป่าเป็นอย่างยิ่ง ตลอดเวลาการเดินทางจะพบกับพันธุ์ไม้นานาชนิดและแก่งหินที่สวยงามตามธรรมชาติ นับเป็นน้ำตกที่สวย
งามอีกแห่งหนึ่ง |
|
น้ำตกตะคร้อ, น้ำตกสลักได,น้ำตกส้มปล่อย,น้ำตกพันธุ์ทิพย์
เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงามอยู่ใกล้กับที่ทำการหน่วยพิทักษ์ ขญ.7(ประจันตคาม)เหมาะสำหรับพักผ่อนเล่นน้ำในทุกๆ วันจะมีนักท่องเที่ยวในท้อง
ถิ่นและใกล้เคียงไปเที่ยวชมและเล่นน้ำตกนี้ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีนักท่องเที่ยวจากถิ่นอื่นไปเที่ยวมากเหมือนกัน |
|
น้ำตกแก่งกฤษณา น้ำตกเหว น้ำตกจั๊กจั่น น้ำตกเหวอีอ่ำ
เป็นน้ำตกขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่มีความงดงามไม่แพ้แห่งอื่นๆโดยเฉพาะน้ำตกเหวอีอ่ำมีความสูงประมาณ 25เมตรเหมาะสำหรับการพักแรมในป่า
จะได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติรอบกายอย่างเพลิดเพลินใจ |
|
น้ำตกผาไทรคู่ น้ำตกผากระชาย
เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เกิดจากห้วยโกรกเค้บริเวณเขาแหลมอยู่ทางด้านทิศเหนือของอุทยานฯ มีความสูงประมาณ 15เมตรไหลลาดไปตามพื้นหิน
เหมาะสำหรับผู้ชอบผจญภัยค้างแรมในป่าอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ ขญ.2(กระดาษ)ประมาณ
12-15
กิโลเมตร น้ำตกทั้ง 2 แห่งเป็นน้ำตกที่มีความ
สวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง |
|
น้ำตกแก่งหินเพลิง
เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกล ประมาณ 5 กิโลเมตรจากหน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.2(กระดาษ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำท้องถิ่น
ในช่วงอากาศร้อนจะ
มีชาวบ้านหนุ่มสาวไปเที่ยวกันมาก |
|
น้ำตกเหวไทร
เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใต้ถัดไปจากน้ำตกเหวสุวัต ห่างจากน้ำตกเหวสุวัตประมาณ 700 เมตร น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นหน้าผากว้างเต็มลำห้วย สูงประ
มาณ 5 เมตร ในฤดูฝนน้ำตกนี้จะไหลแรงเต็มหน้าผาสวยงามน่าชมมาก การเดินทางไปน้ำตกเหวไทรไปได้ 2
เส้นทาง คือเดินต่อไปจากเหวสุวัตระยะ
ทางประมาณ 700 เมตร หรือจะเดินไปจากที่ทำการอุทยานฯ
ไปตามเส้นทางเดินเท้าสายกองแก้ว-เหวสุวัตก็ได้ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร
ตามสองข้างทางเดินที่ผ่านไปจะมีสิ่งที่น่าสนใจอย่างอื่นมากมาย เช่น สมุนไพรและเห็ดป่า เป็นต้น |
|
น้ำตกเหวประทุน
เป็นน้ำตกที่อยู่ในห้วยลำตะคองอีกแห่งหนึ่งเหมือนกัน อยู่ถัดจากน้ำตกเหวไทรประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ จะเดินทางจากน้ำตกเหวสุวัตไปก็ได้ หรือ
จะเดินจากที่ทำการอุทยานฯไปก็ได้ เดินตามเส้นทางเดินเท้ากองแก้ว-เหวสุวัต ระยะทางประมาณ 8
กิโลเมตร น้ำ
ตกนี้มีลักษณะเป็นหน้าผากว้าง
และสูงสวยงามมาก |
|
น้ำตกมะนาว
เป็นน้ำตกขนาดเล็กๆที่สวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เดินไปตามเส้นทางเดินเท้าออกจากด้านหลังอาคารโภชนาการ ททท.เขา
ใหญ่ ประมาณ 5-6 กิโลเมตร จะผ่านป่าดงดิบชื้นที่มีพันธุ์ไม้เล็กใหญ่และไม้สมุนไพรที่น่าสนใจศึกษา |
|
น้ำตกตาดตาภู่
น้ำตกนี้อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานฯ เกิดจากห้วยระย้าเป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นโขดหินและลานหินที่มีน้ำไหลหลั่นเป็นทอดลาดเอียง
ไปข้างล่างประมาณ 100 เมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบพักค้างแรมในป่า ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร
ใกล้ๆน้ำตกจะมีทุ่งหญ้าสลับกับ
ป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์ป่านานาชนิดที่เห็นประจำได้แก่ เก้งกวาง
ช้างป่า กระทิง นกนานาชนิด เป็นต้น |
|
น้ำตกตาดตาคง
เป็นน้ำตกที่งดงามและสูงอีกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ถัดไปจากน้ำตกตาดตาภู่ประมาณ 4 กิโลเมตรเศษ การเดินทางจะเริ่มต้นที่ด่านหลังโภชนาการ ททท. เขา
ใหญ่ ก็ได้ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร หรือจะเริ่มต้นที่ กม.55 ถนนเขาใหญ่-ปราจีนบุรีก็ได้ระยะทางประมาณ
6 กิโลเมตร |
|
กลุ่มน้ำตกผาตะแบก
น้ำตกนี้เป็นน้ำตกขนาดที่ไม่เล็กมากนักเกิดบนห้วยน้ำซับลักษณะของน้ำตกเป็นชั้นๆลดหลั่นกันลงไป5 ชั้นจากปากทางเข้าบนถนนสายเขาใหญ่-ปรา
จีนบุรี ช่วงระหว่าง กม. 6.5-7 จะมีทางเดินเท้าที่อุทยานฯจัดทำเอาไว้ เดินเข้าไปเพียง 500
เมตรก็จะถึงน้ำตกแห่งแรก คือน้ำตกผากระจายและเดิน
ต่อไปอีกจะถึงน้ำตกผาหินขวาง น้ำตกผารากไทร
น้ำตกผาชมพู และน้ำตกผาตะแบก รวมระยะทางในการเดินเท้าทั้งสิ้น ประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ |
|
เส้นทางเดินป่าประเภทเดินเที่ยวได้ภายในวันเดียว
ทางเดินป่าแต่ละสายก็มีสิ่งที่น่าสนใจแตกต่างกันไป สำหรับเส้นทางเดินป่ามีดังนี้
สายน้ำตกผากล้วยไม้-เหวสุวัต
ทางสายนี้เลียบริมฝั่งลำตะคองไปโดยตลอด เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวทั่วไปรู้จัก ระยะทางจากสถานที่กางเต็นท์
ผากล้วยไม้-
น้ำ
ตกผากล้วยไม้-
น้ำตกเหวสุวัต รวมระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
สายน้ำตกเหวสุวัต-น้ำตกเหวไทร-น้ำตกเหวประทุน
ทางเดินสายนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เป็นทางเดินบนไหล่เขาและสันเขาผ่านป่าแล้ววกลงสู่น้ำตกในหุบเขา รวมระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร
สายหนองผักชี-คลองอีเฒ่า-บึงไผ่-ด่านช้าง
เส้นทางนี้ผ่านป่าทึบและทุ่งหญ้าที่ชอบออกดอกขาวโพลนไปทั่วในช่วงฤดูฝน มีระยะทางไกลพอสมควร ใช้เวลาเดินประมาณ 5-7
ชั่วโมง มีทากเยอะ
สำหรับผู้ที่ต้องพักแรมในระหว่างทางก็สามารถเตรียมอุปกรณ์ไปขอพักได้ที่บ้านพักยามสายตรวจคลองอีเฒ่าและบ้านพักยามสายตรวจบึงไผ่
สายดงงูเห่า-โป่งเครื่องบิน-ซากเครื่องบินตก
เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก ระยะทางไม่ไกลนัก ประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1-2 ชั่วโมงนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินป่า
ตามทางสายนี้ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง
สายน้ำตกกรองแก้ว-น้ำตกเหวสุวัต
ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร เส้นทางนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยนิยม เพราะทางเดินผ่านไปในป่าทึกและรกมาก ทั้งมีทากชุกชุมด้วยการเดินทางไป
น้ำตกเหวสุวัตมีทางอื่นที่สะดวกกว่า
สายชายป่าเขาเขียว-น้ำตกนางรอง
เป็นเส้นทางเดินที่มีระยะทางไกลมากสายหนึ่ง แต่ก็เป็นที่นิยม ใช้เวลาเดินผ่านทุ่งหญ้าคาและหย่อมป่าลาดลงเล็กๆ
และมีการปีนเขาสูงชันในช่วง
สุดท้าย จึงอาจต้องใช้เวลาสำหรับเส้นทางนี้หนึ่งวันเต็มๆ |
|
เส้นทางเดินป่าที่ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวัน
การเดินทางตามเส้นทางนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมอาหารและเครื่องนอนติดไปด้วย มีเส้นทางดังนี้
จุดตรวจเนินหอม-เขาสมอปูน
เส้นทางขึ้นเขาสมอปูนมีอยู่มากกว่าหนึ่งเส้นทาง แต่แนะนำให้ใช้เส้นทางขึ้นบริเวณจุดตรวจเนินหอม ซึ่งเป็นด่านขึ้นเขาใหญ่ด้านที่เดินทางมาจาก
นครนายก/ปราจีนบุรี เพื่อจะได้ติดต่อเจ้าหน้าที่หน่วยเนินหอมนำทางขึ้นเขาสมอปูน
เขาสมอปูน
เป็นเสมือนแหล่งท่องเที่ยวขึ้นหน้ามาแรงของเขาใหญ่ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์สวยงามมาก ลักษณะเป็นเทือกเขายอดตัดพื้นที่ราบบนยอดเขามี
สภาพเป็นทุ่งหญ้าสวนหิน สลับกับป่าแคระและป่าดิบบางส่วน ด้วยสภาพที่เป็นลานหินทรายและทุ่งหญ้า ในช่วงปลาย
ฤดูฝนต้นฤดูหนาวบนนั้น
จะมีดอกไม้ป่าที่สวยงาม เช่น กล้วยไม้ดิน"ม้าวิ่ง" ดอกกระดุมเงิน
พราวทั่วไปนับว่าคุ้มค่าต่อการปีนป่ายเขาที่สุด การเดินทางจะต้องเตรียมอาหาร
และเครื่องนอนไปค้างแรม
สายน้ำตกเหวสุวัต-ยอดเขาแหลม
เป็นทางเดินป่าที่มีระยะทางไกลและยากลำบากมาก ในปี 2515 เคยมีการตั้งรางวัลสำหรับหญิงไทยคนแรกที่สามารถเดินป่าเส้นทางนี้ไปยังยอดเขา
แหลมเป็นเงินถึง 60,000 บาทต่อมาเส้นทางนี้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างสูงระยะเวลาในการเดินทางไปกลับและพักแรมตามเส้นทางนี้ ต้อง
ใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน
สายมอสิงโต-น้ำตกมะนาว-น้ำตกตาดตาภู-น้ำตกตาดตาคง
เส้นทางนี้เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่นักเดินทาง นักนิยมธรรมชาติแต่ละคน ชอบนำมาบอกเล่าถึงความงามและการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นเป็นทางเดินป่าที่
ผ่านน้ำตกมากมาย เช่นเดียวกับเส้นทาง "กม.5-น้ำตกผากระจาย-น้ำตกผาชมพู-น้ำตกผาตะแบก" |