

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอศรีราชา
ศรีราชา
เป็นอำเภอชายทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 24 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 118 เข้าไปประมาณ 2
กิโลเมตร ศรีราชาเคยเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมาแต่เก่าก่อน เป็นที่ชุมชนหนาแน่นพอสมควรนักท่องเที่ยวมักแวะมาหาซื้อ
ของทะเล และผลไม้ที่ขึ้นชื่อของศรีราชาคือ สับปะรด
เกาะลอยศรีราชา
ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล ตำบลศรีราชา ทางทิศเหนือของตลาดศรีราชา เกาะลอยเป็นเกาะเล็กๆ ใกล้ชายทะเลศรีราชา โดยมีสะพาน
เชื่อมกับชายฝั่ง บนเกาะมีสวนสาธารณะ และสวนเต่าทะเล บรรยากาศร่มรื่น ในเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ทิศใต้ของเกาะมีเนินเขา
เล็กๆ มีวัดตั้งอยู่นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้บรรยากาศธรรมชาติ และเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ นอกจากนี้ยังเป็นท่า
เรือสำหรับข้ามไปเกาะสีชังอีกแห่งหนึ่งด้วย
สวนเสือศรีราชา
ตั้งอยู่ที่ 341 หมู่ 3 ตำบลหนองขาม บนทางหลวงหมายเลข 36 กิโลเมตรที่ 9 เป็นสวนสัตว์ที่มีเสือพันธุ์เบงกอลมากกว่า
30 ตัว และ
มีสัตว์นานาชนิด เช่น ฟาร์มจระเข้ อูฐ ช้าง จิงโจ้ กวาง นกอีมู และสัตว์หายากอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและห้องพักไว้
บริการด้วย ซึ่งเปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038)338101-5
สนามกอล์ฟบางพระ
ตั้งอยู่ไกล้อ่างเก็บน้ำบางพระ ห่างจากชลบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท ตรงกิโลเมตรที่ 113 เข้าไปอีกประ
มาณ 7 กิโลเมตรทางเข้าสนามกอล์ฟบางพระอยู่ตรงข้ามอ่างเก็บน้ำบางพระสนามกอล์ฟบางพระเป็นสนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุม
มีทิวทัศน์สวยงาม มีร้านอาหาร มีที่พักชื่อโรงแรมบางพระ รีสอร์ท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัทบางพระกอล์ฟ อินเตอร์
เนชั่นแนล จำกัด สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. (02) 285-0670-2, 285-0741-2 หรือ ที่บางพระ โทร.(038) 341149-50
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ มีเนื้อที่ ประมาณ 5,000 ไร่ การเดินทางสามารถไปได้ 2 ทาง คือ จากถนนสุขุมวิท แยกเข้าเส้นทางอ่างเก็บ
น้ำบางพระ ผ่านสนามกอล์ฟบางพระเข้าไปประมาณ 19 กิโลเมตร หรือจากทางหลวงหมายเลข 36 สายใหม่(ชลบุรี-พัทยา-ระยอง)
จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ สวนสัตว์แห่งนี้ดำเนินการโดยองค์การสวนสัตว์ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สวนสัตว์เปิดแห่งนี้นักท่อง
เที่ยวจะได้เห็นสัตว์ต่างๆ มากกว่า 200 ชนิด จำนวนกว่า 5,000 ตัวซึ่งสัตว์จะถูกปล่อยให้มีความเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ ไม่ถูกกักขัง
ไว้ในกรง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด เช่น ลิง ค่าง ช้าง กวาง ม้าลาย แพะ นกยูง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาทเด็ก 10 บาท รถยนต์คันละ 20 บาท รถบัสคันละ40
บาท นักเรียนในเครื่องแบบ 5 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 311561, 321525
น้ำตกชันตาเถร
อยู่ห่างจากถนนสุขุมวิท ประมาณ 15 กิโลเมตร ในเส้นทางที่เข้าไปยังสวนสัตว์เปิดเขาเขียว แยกซ้ายตรงทางเข้าวัดเขาไม้แดง มี
ป้ายบอกตรงทางแยกเข้าไปตามถนนราดยางอีก 7 กิโลเมตร ถนนในช่วงที่ใกล้จะถึงน้ำตกเป็นทางชัน น้ำตกแห่งนี้มีความสูงถึง 5
ชั้นวัดระยะทางได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ทางเดินขึ้นลงอยู่ 2 ทาง คือ ทางเดินที่ลัดเลาะไปตามแนวน้ำตกหรือเดินตามโขดหินชั้น
ต่างๆ ของน้ำตก ในระยะหลังฤดูฝนเล็กน้อยน้ำตกจะสวยงามมาก ในฤดูแล้งแม้น้ำจะน้อยก็ยังมีสภาพที่ไปเที่ยวได้ น้ำตกแห่งนี้อยู่
ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ และสถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาเขียว ทางสถานีฯ มีกิจกรรมเข้า
ค่ายสำหรับเยาวชนที่มีความสนใจจะเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสัตว์ป่าผู้สนใจโครงการค่ายเยาวชนเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติสามารถ
ติดต่อได้โดยส่งจดหมายถึงหัวหน้าสถานี ตู้ ป.ณ. 10 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20210
สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอบ่อทอง
สำนักวิปัสสนาพระธาตุเขาเจ้า
ตั้งอยู่บนเขาเจ้า (ภูเขาที่เป็นเขตแดนระหว่างอำเภอบ่อทองกับอำเภอหนองใหญ่) ตามเส้นทางสายเนินโมก-บ้านทับร้าง
ตรงหลัก
กิโลเมตรที่ 9 แยกขวามือตามถนนลูกรัง 3 กิโลเมตร ภายในบริเวณมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่หลายปาง เช่น พระร่วงเปิดโลกพระร่วง
โรจนฤทธิ์ พระร่วงทิ้งดิ่ง และพระป่าเลไลย์
บ่อกวางทอง
อยู่ที่วัดบ่อกวางทอง ตำบลกวางทอง ถือกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และนอกจากนี้ ยังมีพระพุทธไสยาสน์ธรรมไพศาล องค์พระยาว
29 วา 9 ศอก 8 นิ้ว สูง 8.3 วา
ถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่อง
ตั้งอยู่หมู่ 7 บ้านบ่อทอง อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ่อทอง (ตลาดอมพนม) ไปประมาณ 19 กิโลเมตร ใช้ถนนสายคลองตาเพชร-เขาชะ
อางค์ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามมากเป็นถ้ำใหญ่ที่จุคนได้เป็นพันคน นอกจากนี้ยังมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ถ้ำเขาชะอางค์ห้ายอด
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อทอง อยู่เลยเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้ถนนสายคลองตาเพชร-เขาชะอางค์
ถ้ำแห่งนี้
เป็นถ้ำใหญ่ มีหินงอกหินย้อยมากมาย ภายในถ้ำยังแบ่งออกเป็นถ้ำเล็กถ้ำน้อยหลายแห่ง
ถ้ำเขาชะอางค์โอน
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทองแยกซ้ายมือบริเวณเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปประมาณ 12 กิโลเมตรบริเวณถ้ำเป็นสำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรม
ท่องเที่ยวในเขตอำเภอพนัสนิคม
หอพระพนัสบดี
ตั้งอยู่กลางสระน้ำเทศบาล ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองพนัสนิคม ภายในเป็นองค์พระพนัสบดีจำลอง ซึ่งสร้างเมื่อวันที่ 25
มกรา
คม 2517 ส่วนองค์จริงกรมศิลปากรอายัดไว้เมื่อ พ.ศ. 2474 พระพนัสบดีเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีอายุประมาณ 1,200-,300 ปี แกะ
สลักจากหินดำเนื้อละเอียด มาจากอินเดีย ประทับยืนบนหลังสัตว์ประหลาดที่สร้างขึ้นจากจินตนาการ รูปร่างคล้ายนก ดวงตากลม
โปนโต แก้มเป็นกระพุ้ง จะงอยปากใหญ่งุ้มแข็งแรง ปลายจะงอยปากจากบนลงล่างมีรูทะลุคล้ายกับจะแขวนกระดิ่งได้ มีเขาทั้งคู่
บิดเป็นเกลียวงอเข้าหากันคล้ายเขาโค ตั้งอยู่เหนือตา ที่โคนเขามีหูสองหูอย่างหูโค มีปีกสองข้างใหญ่สั้นที่กำลังกางออกขาทั้งสอง
ข้างพับแนบทรวงอกยกเชิดขึ้นอย่างขาของครุฑที่กำลังเหินลม
พระพุทธมิ่งเมือง
เป็นพระรูปปางมารวิชัย แกะสลักด้วยไม้ประดู่ ลักษณะเป็นศิลปะของชาวลาว สร้างในราว พ.ศ. 2371 เป็นการสร้างขึ้นของชาวลาว
อพยพที่เข้ามาอาศัยอยู่ในแถบนี้ เดิมประดิษฐานอยู่ในวัดร้าง "วัดผ้าขาวใหญ่" ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นก่อนเป็นวัด
แรกในเขตตำบลพนัสนิคม ต่อมาเทศบาลเมืองพนัสนิคมได้ปรับปรุงสถานที่และบริเวณวัดร้างนั้น พร้อมทั้งดำเนินการก่อสร้างวิหาร
เป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธาน ณ ที่ตั้งอุโบสถเดิม ปัจจุบันอยู่ใกล้กับศาลาประชาคม เทศบาลเมืองพนัสนิคม
หลวงพ่อติ้ววัดหัวถนน
ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร ตามเส้นทางพนัสนิคม สระสี่เหลี่ยมสู่ตำบลหัวถนน เป็นที่ตั้งของวัดหัวถนน พอถึงช่วงสง
กรานต์ วันที่ 19 เมษายน ของทุกปี จะมีการแห่องค์หลวงพ่อติ้ว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปบูชาปางมารวิชัย แกะจากไม้แต้ว(ชาวลาวเรียก
ไม้ติ้ว)ไปรอบหมู่บ้าน โดยเชื่อว่าจะช่วยดลบันดาลให้ประสบกับสิ่งที่หวังนานาประการ
สระสี่เหลี่ยม
ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลสระสี่เหลี่ยมเดินทางจากพนัสนิคมไปตามเส้นทางสายพนัสนิคมสระสี่เหลี่ยมผ่านวัดหัวถนนไปสู่บริเวณสระ
น้ำโบราณสระสี่เหลี่ยม ซึ่งขุดลงไปในศิลาแลง ตามตำนานกล่าวว่า เป็นสระที่พระรถในเรื่องพระรถเมรีใช้เป็นที่ให้น้ำไก่
เมื่อคราว
ที่นำไก่ออกตีเพื่อเลี้ยงนางสิบสอง และได้เดินทางมาตีไก่ถึงบริเวณนี้
วัดโบสถ์
ตั้งอยู่ที่ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ตำบลวัดโบสถ์ โดยเดินทางจาก สี่แยกพนัสนิคมไปตามถนนสุขประยูร ประมาณ 6
กิโล
เมตร จะเห็นทางเข้าวัดอยู่ซ้ายมือวัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่ภายในมีสระน้ำโบราณปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
แล้ว
วัดหลวงพรหมวาส
ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดหลวง ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ด้านขวาทางเส้นทางเดียวกับวัดโบสถ์ วัดนี้เคยเป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิ
พัฒน์สัตยา ปัจจุบันเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของอำเภอพนัสนิคม ภายในวัดมีบริเวณกว้างขวาง และร่มรื่นนอกจากนี้ยังมีค้างคาวแม่ไก่
จำนวนมากหลายหมื่นตัวเกาะอยู่ตามต้นไม้
วัดใต้ต้นลาน
ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไร่หลักทอง จากวัดหลวงพรหมวาสเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง
เกี่ยวกับภูมิต่างๆ สันนิษฐานว่า เป็นภาพฝีมือช่างเขียนยุครัตนโกสินทร์ที่มีฝีมือเยี่ยมมาก รวมทั้งหอพระไตรปิฎก
เมืองพระรถ
ตั้งอยู่ตำบลหน้าพระธาตุ ห่างจากตัวอำเภอพนัสนิคม ตามเส้นทางสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทราประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเมืองโบราณ
มาแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยสุโขทัย
วัดชุมแสงศรีวนาราม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหมอนนาง อยู่ห่างจากตลาดพนัสนิคมผ่านตลาดทุ่งเหียง ไปตามเส้นทางหลวง หมายเลข 3284 ประมาณ 13 กิ
โลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางลูกรังไปอีก 2 กิโลเมตร เดิมวัดนี้มีชื่อว่า "วัดใหม่ยางงาม" จุดเด่นของวัดนี้คือศาลาการเปรียญที่ใช้
เป็นที่ประชุมสงฆ์ และพิธีทางศาสนา ที่ก่อสร้างโดยใช้ดินเผามาประยุกต์เป็นรูปทรงทันสมัย ชื่อ "อาคารมาบุญครอง" และโบสถ์
ที่มีภาพเขียนปริศนาธรรมที่น่าสนใจมาก
ตลาดเครื่องจักสาน
ตั้งอยู่บริเวณถนนเกาะแก้ว หลังตลาดสดเทศบาลเมืองพนัสนิคม (ตลาดเก่า) ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเครื่องใช้จำเป็นในครัวเรือน ซึ่ง
ได้พัฒนารูปแบบให้เหมาะสมสำหรับเป็นเครื่องประดับบ้านได้ด้วย ปัจจุบันมีการตั้งศูนย์ส่งเสริมฝีมือการจักสานด้วยไม้ไผ่ ตามโครง
การพระราชดำริขึ้นที่บ้านคุณปราณี บริบูรณ์ ข้างโรงเจ ถนนอินทอาษา มีการเปิดอบรมและฝึกให้มีความชำนาญตามหลักการที่
ถูก
ต้อง และมีเครื่องมือสมัยใหม่เข้ามาช่วยทำให้ได้รูปแบบใหม่ๆและสวยงามควบคู่กันไป ที่สำคัญมีการส่งไปจำหน่ายที่ศูนย์ศิลปาชีพ
สวนจิตรลดา เป็นประจำ นักท่องเที่ยวผู้สนใจเกี่ยวกับการจักสานหรือประสงค์จะขอเข้าชมสามารถติดต่อได้ที่ คุณปราณี บริบูรณ์
โทร. (038) 461313
แหล่งผลิตผลไม้ดินปั้น
สถานที่ตั้งบ้านหนองกะพง หมู่ที่ 1 และบ้านหนองพรหม หมู่ที่ 12 ตำบลนาเริก ตามเส้นทางสายพนัสนิคม-เกาะโพธิ์ (ทางหลวง
หมายเลข 3246) ประมาณ 10 กิโลเมตร ผลไม้ดินปั้นคือ การปั้นดินเหนียวให้ได้รูปร่างของผลไม้ต่างๆ ขนาดย่อส่วนนำไปตากแดด
จนแห้งแล้วนำไปทาสีให้เหมือนของจริง จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท เหมาะสำหรับเป็นของขวัญหรือของประดับบ้าน
สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอสัตหีบ
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งสามารถชมทัศนียภาพมุมกว้างของวัดได้ ไปจนถึงเมืองพัทยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นพื้นที่วัด
366 ไร่ และเป็นพื้นที่โครงการตามพระราชดำริทั้งหมด 2,500 ไร่ แยกซ้ายที่ กม. 160 บนถนนสุขุมวิท ก่อนถึงสวนนงนุชเข้าไป
อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2519
และ
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเป็นองค์อุปถัมภกบริเวณวัดประกอบไปด้วยมณฑปที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง
พระเจดีย์ใหญ่ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธาตุของพระอรหันต์สาวกวิหารพระญาณเรศร์และศาลา
นานาชาติของประเทศต่างๆ ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบ เช่น สิงคโปร์ อินเดีย สวิส เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีวิหารเซียน ซึ่งเป็นสถา
ปัตยกรรมแบบจีนที่มีความใหญ่โตและสวยงาม
อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน)
หรือในนามภาษาจีนว่า ต้า ผู่ อี่ ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติได้รับพระราชทานพระราชานุญาต
ให้ก่อสร้างขึ้นในบริเวณโครงการพระราชดำริวัดญาณสังวราราม บนพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ ในการดำเนินงานได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
โปรดเกล้าฯ พระราชทานฤกษ์ในการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2531 กับทรงพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานนาม
อาคารนี้ว่า "อเนกกุศลศาลา" รวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างประมาณ 200 กว่าล้านบาทซึ่งได้รับจากการร่วม
ใจของคณะผู้มีจิตศรัท
ธาและบรรดาญาติมิตร ทั้งนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะได้ อเนกกุศลศาลา เป็นถาวรวัตถุที่ชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับเข้ามาพึ่งพระ
บรมโพธิสมภาร ร่วมใจน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ การก่อสร้างใช้
เวลาทั้งสิ้นประมาณ 4 ปีครึ่ง จึงแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนิน
ทรงเปิดอเนกกุศลศาลา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2536
การเดินทางไปวิหารเซียน จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ถึงกิโลเมตรที่ 160 มีป้ายแยกซ้ายไปวัด
ญาณสังวรารามวรมหาวิหาร เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงวัดญาณฯ จะมีป้ายบอกทางแยกขวาไปวิหารเซียน ซึ่งจะ
เห็นอาคารสถาปัตยกรรมจีนโดดเด่นสวยงามมาก
สวนนงนุช
เป็นหมู่บ้านไทยในเนื้อที่ 1,300 ไร่ อยู่ห่างจากปากทางเข้าพัทยาใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตร
ที่ 163 เข้ามาประมาณ 3.5 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ภายในสวนนอกจากจะประดับด้วย
ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดแล้วยังมีสวนมะม่วง สวนมะพร้าว ฟาร์มกล้วยไม้ และสวนพฤกษชาติอื่นๆ อีก
กิจกรรมหลายอย่างของ
สวนคือ มีบริการเรือชนิดต่างๆ ให้เช่าพายเล่นในสระ มีสัตว์หลายชนิดให้ชมศูนย์รวมวัฒนธรรมแบบไทย มีการแสดงสำหรับนักท่อง
เที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยการฟ้อนรำพื้นเมืองศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว (กระบี่,กระบอง, ฟันดาบ) กีฬาพื้นบ้านและการ
แสดงของช้าง ทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ เวลา 10.15 น.และ 15.45 น.ใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ อัตราเข้าชมการแสดง
ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานในเขตเมืองพัทยา โทร.(038)429321,422958,
238158-60 หรือ กรุงเทพฯ โทร. (02) 252-1786, 252-9975
บางเสร่
เป็นหมู่บ้านประมงอยู่ห่างจากพัทยาประมาณ16 กิโลเมตรแยกขวาจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 164 เข้าไปประมาณ 2
กิโลเมตร
ทางด้านใต้ของบางเสร่จะเป็นอ่าวน้ำลึกซึ่งเหมาะแก่การตกปลา ปลาที่ชุกชุมมาก คือ ปลาปะการัง หรือ ปลาเก๋า
ส่วนทางเหนือขึ้น
มาหน่อยจะมีหาดทรายสวยงามพอสมควรเล่นน้ำได้มีเรือให้เช่าไปตกปลาที่บางเสร่มีร้านอาหารอร่อยๆอยู่หลายร้านนักท่องเที่ยว
นิยมเดินทางมาพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก
หมู่บ้านช่องแสมสาร
เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ตามเส้นทางสัตหีบท่าเรือพาณิชย์สัตหีบแยกซ้ายมือก่อนถึงท่าเรือเล็กน้อย มีชายหาดเล็กๆ น้ำทะเลใส
สะอาด ที่พักหลายแห่ง ช่องแสม สารเป็นแหล่งดำน้ำ ตกปลาที่ดีแห่งหนึ่งมีเกาะหลายเกาะ เช่น เกาะแรด เกาะจวงเกาะจาน ซึ่งอยู่
ในความดูแลของกองทัพเรือ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในเวลากลางวันแต่ไม่อนุญาตให้พักค้างคืน
|