

ดำน้ำจังหวัดชลบุรี
จังหวัดชลบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 81 กิโลเมตร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวทะเลของครอบครัวคนกรุง และปฐมบทของนักดำ
น้ำลึกหลายๆคนที่ต้องมาสอบภาคสนามที่นี่ ชลบุรีมีเกาะหาดทรายมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นที่แสมสาร บางแสนหรือพัทยาและ
ต่างเป็นจุดดำน้ำที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีอะไรให้ค้นหาในใต้ทะเลสีครามแห่งนี้
แสมสาร เป็นแหล่งที่นักตกปลาชื่นชอบขณะเดียวกันนักดำน้ำที่แสวงหาความตื่นเต้นก็ชอบที่จะไต่ระดับความลึกลงไปหาซากเรือ
จมที่เป็นผลจากสงครามในยุคก่อน
หินหลักเบ็ด หรือหินสันฉลาม
จุดดำน้ำนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของปะการังแข็งกัลปังหาและดอกไม้ทะเลเป็นดงกว้างที่ความ
ลึก 20-45 ฟุต
เกาะนก แนวปะการังของเกาะนกอยู่ที่ด้านใต้ บริเวณนี้มีกัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล ปะการังเขากวาง ปะการังขนนกฝูงปลา
นานาชนิดและกระเบนขนาดใหญ่
เกาะจาน เป็นจุดดำน้ำที่มีทั้งปะการังแข็งและปะการังอ่อนหลากสี กัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล นอกจากนี้สามารถพบหอย
หลายชนิด รวมทั้งปลาดาวหลากสีสัน
หินเรือดำน้ำ อยู่ทางตะวันออกของเกาะคราม ที่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือราว 800 เมตร หินเรือดำน้ำวางตัวในแนวตะวัน
ออก-ตะวันตก คล้ายกับหอสะพานเดินเรือของเรือดำน้ำ แนวตะวันออก ปะการังอยู่ที่ความลึก 15-60 ฟุต ทางตะวันตกเป็นแหล่งกัล
ปังหาพัด ฟองน้ำ และปะการังแข็งบางจุดมีกัลปังหารวมตัวกันหนาแน่น หากโชคดีนักดำน้ำอาจพบเต่าทะเลด้วย
เรือจมเพชรบุรีบรามัน (BREMEN) อยู่ห่างจากหินเรือดำน้ำไปทางใต้ราว 3.2 กิโลเมตร เรือจมลงตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 เป็นเรือบรร
ทุกสินค้า มีความยาว 110 เมตร ตัวเรือจมอยู่ในความลึกระหว่าง 40-80 ฟุต บริเวณตะวันออกของปลายเกาะครามด้านใต้ตัวเรือตั้ง
อยู่บนพื้นทราย มีร่องรอยความเสียหายค่อนข้างมากจากเหตุระเบิดจนจมลง ดาดฟ้าเรือจะมีปะการังหลายชนิด โดยเฉพาะแส้ทะเล
และปะการังพุ่มบางชนิด นอกจากนั้นยังมีปลาอีกหลายชนิด อาทิ ปลาผีเสื้อชนิดต่าง ๆ ปลาหูช้างปลาไหลมอร์เรย์ ฝูงปลาสากปลา
กระเบนตัวใหญ่ ซากเรือจมปัจจุบันเป็นที่อาศัยของปะการัง กัลปังหา ฝูงปลานานาชนิด
ช่วงเวลาที่จะดำน้ำทะเลบริเวณนี้ คือเดือน
พฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม
เรือสุธาทิพย์ จุดดำน้ำนี้อยู่ทางใต้ของเกาะแสมสาร นับเป็นจุดดำน้ำเรือจมที่ดีที่สุดของอ่าวไทย เรือสุธาทิพย์หรือที่รู้จักกันในหมู่
นักดำน้ำต่างประเทศว่า Hardeep เป็นเรือกลไฟเหล็กที่บริษัทเดินเรือไทย จำกัด สั่งต่อขึ้นมาเพื่อใช้บรรทุกสินค้า ซากเรือจมอยู่ที่
ความลึก 80-90 ฟุต ผู้ที่จะดำลงไปจึงควรมีประสบการณ์พอสมควรภายในซากเรือนักดำน้ำจะพบเห็นปลาผีเสื้อปลาค้างคาวปลาเก๋า
ปลากระเบน ปลาสาก ปลากระพง แหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมาก
พัทยา เป็นแหล่งดำน้ำลึกที่นักดำน้ำมือใหม่หลายคนต้องพิสูจน์ความกล้าในการสอบดำน้ำในทะเลจริง ข้อควรระวังคือจุดดำน้ำ
บริเวณพัทยาค่อนข้างตื้น มีความลึกราว 30-50 ฟุต แต่พื้นทะเลเวิ้งว้างจนอาจทำให้นักดำน้ำสับสนหลงทิศได้ นักดำน้ำควรใช้เข็ม
ทิศและไม่ควรไปคนเดียว ไส้กรอก เป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นเพราะทะเลบริเวณนี้มีเรือพลุกพล่าน
เกาะล้าน เกาะสาก เกาะครก เกาะริ้น ป็นจุดที่นอกจากจะมีแนวปะการังแล้วยังมีสัตว์น้ำและปลานานาชนิดที่น่าตื่นตาตื่นใจ คือ
บริเวณถัดออกไปจากแนวปะการัง ราวห้าสิบเมตรจากฝั่ง จะมีสัตว์น้ำหลายชนิดที่หาได้ยากในบริเวณอื่นของทะเลไทย อาทิ
ดอก
ไม้ทะเลหนวดยาว กุ้งดอกไม้ทะเล รวมถึง ปลาผีเสื้อกลางคืน ที่เกาะริ้น มีปลาใหญ่ ฟองน้ำครก และแส้ทะเลจำนวนมาก ส่วนที่
เกาะล้านมีหอยเบี้ยให้ดู และอาจพบเต่าทะเลได้ด้วย
นอกจากนี้ที่เกาะสากบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กองทัพเรือได้จม "เรือหลวงกูด" ซึ่งเคยเป็นเรือที่ใช้ในการลำเลียงกำลัง
ทหารและยุทโธปกรณ์ ที่ความลึก 33 เมตร เพื่อให้เป็นอุทยานใต้ทะเล สำหรับเป็นจุดสนใจของนักดำน้ำอีกด้วย
หมู่เกาะไผ่ ประกอบด้วย เกาะไผ่ เกาะมารวิชัย เกาะเหลือม เกาะกลึงบาดาล หมู่เกาะนี้อยู่ในอยู่ในความดูแลของกองทัพเรืออยู่
ห่างจากฝั่งพัทยา 23 กิโลเมตรเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำตกปลาที่ดีแห่งหนึ่งกองทัพเรือได้จัดทำโครงการอุทยานใต้ทะเลเฉลิมพระ
เกียรติฯ โดยนำเรือหลวงครามไปตั้งเป็นอุทยานใต้ทะเลบริเวณเกาะไผ่ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำอีกแห่งหนึ่งด้วย
พัทยามีร้านดำน้ำมากมายให้เลือก สำหรับผู้ที่จะดำน้ำบริเวณแสมสาร สามารถติดต่อร้านดำน้ำจากพัทยา หรือในระยองได้
สำหรับ
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเช่าเรือไปเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ สามารถเช่าเรือได้ที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด)ทางหลวงหมายเลข 304(กรุงเทพฯ-มีนบุรี)
ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) หรือทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์)
รถโดยสารประจำทาง ออกจากสถานีขนส่งเอกมัยไปพัทยา มีบริการตั้งแต่เวลา 05.00 21.00 น. รถโดยสารจากสถานีขนส่ง
หมอชิต มีบริการเวลา 06.30 18.30 น. |