

สถานที่ท่องเที่ยว ในอำเภอเมือง
ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ [ ดูรายละเอียด ]
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนนายเรือ บนถนนสุขุมวิท จากแยกบางนาไปสำโรงประมาณ 10 กิโลเมตร ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นที่รวมของ
ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกองทัพเรือไทยและยุทธนาวีครั้งสำคัญๆ นอกจากนั้น ยังมีเรือจำลองสมัยต่างๆ เช่น เรือ
ที่ใช้ใน
พระราชพิธีกระบวนเรือพยุหยาตราชลมารค เรือรบหลวงพระร่วงเรือหลวงมัจฉานุซึ่งเป็นเรือดำน้ำลำแรกของกองทัพเรือไทย เปิด
ให้เข้าชมในวันราชการตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โดยไม่เสียค่าผ่านประตู รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร.394-1997
วัดอโศการาม
อยู่ริมถนนสุขุมวิท ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือเข้าสู่วัดตรงสถานพักฟื้นสวางคนิวาส วัดนี้เป็นวัด
ใหม่ สร้างเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2505 ฝ่ายธรรมยุตินิกายสร้างขึ้นโดยพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีร์เมธาจารย์(พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร)
เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งและเป็นสถานที่สำหรับวิปัสสนากรรมฐาน มีสิ่งที่น่าชม เช่น พระธุตังคเจดีย์ เป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ เป็น
ที่ระลึกถึงธุดงควัตร 13 ประการ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีวิหารวิสุทธิธรรมรังสีเป็นที่ประดิษฐานสรีระท่านอาจารย์ลี
มองจากลำน้ำเจ้าพระยาออกไป จะเห็นยอดวิหารสุทธิธรรมรังสีสวยงามมาก และบริเวณแถบนี้เป็นเขตอนุรักษ์ป่าชายเลน ซึ่งยังคง
ความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และระบบนิเวศน์วิทยา
วัดกลางวรวิหาร
ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อ วัดตะโกทอง มีพระอุโบ
สถได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 หน้าบันมีลายปูนปั้นประดับเครื่องลายคราม ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังปฐมสมโพธิกถา ต่อมามีการสร้างพระมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาท 4 รอย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญเป็นเรือนไทยหมู่ไม้สักทั้งหลัง หน้า
บันมีลวดลายไม้สลักละเอียดอ่อนสวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง
สถานตากอากาศบางปู
เป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน และเป็นสถานพักฟื้นและพักผ่อนของกรมพลาธิการทหารบกอยู่ในเขตตำบลบาง
ปูใหม่ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากตัวเมือง 10 กิโลเมตร ภายในมีสวนไม้ดอกไม้ประดับ มีร้านอาหาร ในระหว่างเดือน
พฤศจิกายนถึง
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ จะมีนกนางนวลอพยพมาหากินอยู่ตามชายทะเลซึ่งเป็นธรรมชาติที่น่าชมมาก รายละเอียดต่อ
โทร. 323-91
38, 323-9983
เมืองโบราณ
เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี 2506 ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางปูใหม่
อำเภอเมือง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 33.5 ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ห่างจากตัวจังหวัด 8 กิโลเมตร เป็นศูนย์รวมปูชนียสถานที่สำคัญๆ
ของแต่ละจังหวัด เช่น เขาพระวิหาร ปราสาทหินพนมรุ้งวัดมหาธาตุสุโขทัยพระพุทธบาทสระบุรีพระธาตุเมืองนคร พระธาตุไชยาฯลฯ
โดยสร้างให้มีขนาดเล็กลง บางแห่งเท่าแบบจริงการสร้างฝีมือประณีต นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่นับ
วันจะสูญหายไปจากสังคมยุคใหม่ผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของประเทศไทยจะศึกษาได้จากเมืองโบราณแห่งนี้
การเดินทาง หากไปโดยรถส่วนตัว ใช้ถนนสายบางนา-สมุทรปราการ เมื่อถึงหอนาฬิกาให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร หาก
ไปโดยรถประจำทาง ขึ้นรถ บขส. ชลบุรี (สายเก่า) ที่สถานีขนส่งเอกมัยหรือขึ้นรถเมล์ ขสมก. สาย ปอ.8,ปอ.11, สาย 25, 102
ลงที่ปากน้ำ แล้วต่อรถเมล์เล็กท้องถิ่นสาย 36 อย่างไรก็ตามพื้นที่เมืองโบราณมีอาณาเขตกว้างขวางมาก
หากนำรถส่วนตัวไปเที่ยว
ชมจะได้รับความสะดวกสบายมากกว่า
เมืองโบราณเปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยเสียค่าบัตรผ่านประตูคนละ 50
บาท เด็ก
อายุต่ำกว่า 12 ปี คนละ 25 บาท อายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่เสียค่าเข้าชม ค่านำรถผ่านเข้าชมคันละ 50 บาท รถตู้ 100
บาท รถบัส 200
บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัทเมืองโบราณ จำกัด มุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง โทร. 2241057,
2261936-7
สถานที่ท่องเที่ยว ในอำเภอพระประแดง
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
อยู่ที่ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2356 เป็นหลักเมืองเก่าของอำเภอพระประแดง ในสมัยเมื่ออำเภอนี้มีฐานะ
เป็นเมือง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งซึ่งชาวเมืองเคารพนับถือมาก
ศาลพระเสื้อเมือง
อยู่ที่ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองพระประแดง ชาวบ้านนับถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เคารพบูชากันมาก
ป้อมแผลงไฟฟ้า
ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง ยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่บางส่วน เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งของฐานทัพ เมืองนครเขื่อนขันธ์
สร้างในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองนครเขื่อนขันธ์เป็นเสมือนหนึ่งฐานทัพด้านปากแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองที่มีป้อมปราการ
หลายแแห่ง โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) มีพระราชดำริที่จะป้องกันพระราชอาณาจักร
ปัจจุ
บันเทศบาลเมืองพระประแดงได้ทำการบูรณะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนโดยบริเวณข้างบนของป้อมได้จัดปืนใหญ่โบราณ
หลายกระบอกตั้งไว้ให้ชม รอบๆ บริเวณจัดปลูกต้นไม้ร่มรื่น
วัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางผึ้ง อำเภอพระประแดง เป็นพระอารามหลวงชั้นโทกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ ทรงสร้างขึ้นในสมัยรัช
กาลที่ 2 มีพระอุโบสถและพระวิหารที่งดงาม ในพระอุโบสถมีพระประธานปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัย อยู่บนบุษบกยอดปรางค์จตุร
มุข
วัดทรงธรรมวรวิหาร
ตั้งอยู่ที่อำเภอพระประแดง เป็นวัดเก่าแก่ในพุทธศาสนารามัญนิกาย สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองนครเขื่อนขันธ์ ในสมัยพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท มีพระรามัญเจดีย์องค์ใหญ่ ศิลปะรามัญ พระวิหารก่ออิฐถือปูนมีช่อฟ้าใบ
ระกาทำด้วยไม้สัก ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง
วัดโปรดเกศเชษฐาราม
อยู่ที่ตำบลทรงคะนอง อำเภอพระประแดง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดพุทธไทยเพียงวัดเดียวในย่านพระประแดง ส่วนวัดอื่นๆ
มักเป็นพุทธรามัญ พระยาเพชรพิชัย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 มีลักษณะสถาปัตยกรรมดีเด่นคือ พระอุโบสถมุงหลัง
คาด้วยกระ
เบื้องมอญเก่า ไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันมีศิลปะปูนปั้นลายเครือเถาประดับเครื่องลายคราม ภายในมีพระประธานหล่อด้วยโลหะ เป็นพระพุทธปางมารวิชัย พระวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในมีพระพุทธไสยาสน์พระพักตร์งามมาก เหนือหน้าต่างมีภาพปริศนาธรรม เป็นศิลปะตะวันตกซึ่งหาดูได้ยาก นอกจากนี้ยังมีพระมณฑปหลังคามุงด้วยกระเบื้องรางรายรอบ
ด้วยเก๋งจีน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ มีพระปรางค์ที่มุมทั้ง 4 ด้าน ภายในพระมณฑปมีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทจำ
ลองประดับมุข
สถานที่ท่องเที่ยว ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์
พระสมุทรเจดีย์กลางน้ำ
อยู่ที่ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงกันข้ามกับศาลากลางจังหวัด แต่เดิมพระเจดีย์นี้
ตั้งอยู่บนเกาะกลางปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท้ายป้อมผีเสื้อสมุทร ต่อมาชายตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำตื้นเขินงอกออกมาเชื่อมติดกับเกาะ
อันเป็นที่ตั้งพระเจดีย์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างแต่ยังไม่ทันเสร็จก็สิ้นรัชกาล พระบาท
สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อเป็นพระเจดีย์สูง 20 เมตร ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยน
รูปทรงพระเจดีย์แล้วก่อให้สูงขึ้นอีกเป็น 38 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระชัยวัฒน์และพระห้ามสมุทรไว้
ป้อมพระจุลจอมเกล้า
ตั้งอยู่ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ห่างจากพระสมุทรเจดีย์ตามถนนสุขสวัสดิ์เป็นระยะทาง
ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นป้อมที่ทันสมัย และมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยของชาติซึ่งได้ทำการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรู
มาแล้วเมื่อครั้งหนึ่ง เมื่อ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) เป็นป้อมที่จารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทยและประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกยาว
นาน เพราะในสมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่า ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสกำลังแสวงหา
เมืองขึ้น บรรดาประเทศต่างๆ ที่อยู่ติดเขตแดนไทยก็ถูกประเทศทั้งสองเข้าครอบครองไปหมดแล้ว นับเป็นภัยใหญ่หลวงสำหรับประ
เทศเล็กๆ อย่างประเทศไทยเรา พระองค์จึงทรงหาวิธีป้องกันต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันทางน้ำ ทรงดำริให้ปรับปรุงป้อม
ต่างๆ ทางปากน้ำโดยจ้างชาวต่างประเทศที่ชำนาญการทหารเรือเป็นที่ปรึกษาวางแผนในการปรับปรุงกิจการทหารเรือในครั้งนั้นด้วย
ผู้เข้าชมต้องขออนุญาตจากกองรักษาการณ์ในบริเวณป้อมฯหากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการวิทยากรนำชมสถานที่ ต้อง
ทำหนังสือถึงสถานีทหารเรือกรุงเทพ โทร. 411-2147
สถานที่ท่องเที่ยว ในอำเภอบางพลี
หนองงูเห่าฟาร์ม
อยู่ที่ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี ถนนบางนา-ตราด ประมาณกิโลเมตรที่ 14-15 แยกเข้าทางซ้ายไปอีก 1.5 กิโลเมตร
ทางเข้า
ซอยวิทยาลัยเกริก เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2529 มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงงูเห่าชนิดต่างๆ และมีการแสดงวิธี
รีดพิษงู การจับงู พร้อมทั้งมีผลิตภัณฑ์ทำด้วยหนังงูจำหน่ายในราคาย่อมเยา เช่น รองเท้า กระเป๋า เข็มขัดฯลฯเปิดให้เข้าชม 09.00-
17.30 น. ปกติจะอนุญาตให้เข้าชมเฉพาะบริษัทนำเที่ยวที่มีการติดต่อกันไว้แล้วเท่านั้น หากบุคคลทั่วไปสนใจจะเข้าชมต้องทำหนัง
สือติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าไปที่ หนองงูเห่าฟาร์ม 23/2 หมู่ 6 กิโลเมตรที่ 15 บางนา-ตราดตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัด
สมุทรปราการ 10540 โทร. 3125990 โดยไม่เก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด
วัดบางพลีใหญ่
ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง ที่ตำบลบางพลีใหญ่ ห่างจากประตูน้ำสำโรงประมาณ 13 กิโลเมตรเดิมชื่อวัดพลับพลาไชยชนะสงครามสร้าง
ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในชัยชนะของพระองค์ ต่อมาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์ใหญ่สมัยสุโขทัยปางมารวิชัยลืมเนตร หน้าตักกว้าง 3
ศอก 1 คืบ เนื้อเป็นทองสัมฤทธิ์ เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนโดยทั่วไปนาม หลวงพ่อโต วัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดหลวงพ่อโต อีกชื่อหนึ่ง
ชาวบางพลีได้อัญเชิญหลวงพ่อโตจำลองลงเรือในพิธีโยนบัวหรือรับบัวทุกปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11
|