

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมือง
วัดโสธรวรารามวรวิหาร
ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อว่า วัดหงส์ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน
หลวงพ่อ
โสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร
สูง 1.48 เมตร ฝี
มือช่างล้านช้าง ตามประวัติเล่าว่าได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อ
ทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอก
เสริม
หุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้จะมีผู้คนมานมัสการปิดทองหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากพระอุโบสถหลังเก่าของวัดมีสภาพทรุดโทรม และคับแคบ ทางคณะกรรมการวัดจึงมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่าและสร้าง
พระอุโบสถหลังใหม่ โดยอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้ ณ อาคารชั่วคราว เพื่อเปิดให้ประชาชนได้มานมัสการ
ตามปกติ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยมีสำนักงานโยธาจังหวัดเป็นผู้ควบคุมการก่อ
สร้าง ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ
ในบริเวณวัดโสธรฯ มีบริการร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึกจากจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดใกล้เคียง และบริเวณท่า
น้ำของวัดมีบริการเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารระหว่างตลาดในตัวเมืองและวัดโสธรฯ ค่าโดยสารตลอดเส้นทางคนละ 30 บาท หรือ
จะเช่าเรือล่องลำน้ำบางปะกง อัตราค่าเช่าเรือตามแต่จะตกลงกันตามจำนวนผู้โดยสารและระยะทาง (ประมาณชั่วโมงละ 200 บาท)
วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่)
เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลท่าใหม่ ห่างจากศาลากลาง
จังหวัด 1 กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ รูปปั้นขนาดใหญ่ของจตุโลกบาล และเทวรูปจีนอ้วยโห้ซึ่งแต่งกายชุดนักรบ นอกจาก
นี้มีวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น วิหารบูรพาจารย์ วิหารเจ้าแม่กวนอิม วิหารว่องอ้วนตี่ วิหารตี่ซังอ๋อง และสระนทีสวรรค์ เป็นต้น
วัดอุภัยภาติการาม (วัดซำปอกง)
ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ ใกล้กับบริเวณตลาดบ้านใหม่ เป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน ภายในวัดมีวิหารลักษณะเหมือนศาลเจ้า เดิม
เป็นวัด
จีนแต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนไปแล้ว เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนายก) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า เจ้าพ่อซำ
ปอกง ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 3 องค์เท่านั้น คือที่วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดอุภัย
ภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวันมานมัสการอยู่เป็นประจำ
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
ตั้งอยู่แนวเดียวกับป้อมเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากถนนเล็กน้อย ภายในศาลมีเสาหลักเมืองยอดหัวเห็ดและพระพุทธรูปเป็นศาลหลัก
เมืองที่มีลักษณะแปลกกว่าศาลหลักเมืองจังหวัดอื่นๆ คือมีลักษณะเป็นศิลปะจีน คล้ายกับศาลเจ้าจีน
วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์)
ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พร้อมๆ กับการสร้างป้อมและกำแพงเมือง ในปี พ.ศ. 2377 โดย
ช่างฝี
มือจากเมืองหลวง ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพมหานคร ต่างกันเพียงราย
ละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้เดิมเรียกว่า วัดเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5
เสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งแปลว่าวัดที่ลุง
ของพระเจ้าแผ่นดิน
ทรงสร้าง
ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา
อยู่ที่ถนนมรุพงษ์ ในเขตเทศบาลเมือง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน และในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ใช้เป็นที่
ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบฎอั้งยี่ (พ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวเมือง)ปัจจุบันบริเวณหน้าป้อมจัดเป็นสวน
สาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและชมทิวทัศน์แม่น้ำบางปะกง ส่วนด้านหลังกำแพงเป็นที่ประดิษฐานศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งมี
พระพุทธรูปและปืนใหญ่โบราณเก็บรักษาอยู่
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ฉะเชิงเทรา (เขตการศึกษา 12) ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด มีลักษณะเป็นสวนพื้นบ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ กลางสวนมีบึง
ขนาดใหญ่ มีต้นไม้ตลอดริมบึง
ลำน้ำบางปะกง
มีต้นกำเนิดจากทิวเขาสันกำแพงบนที่ราบสูงโคราช ไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรี(เรียกว่าแม่น้ำปราจีนบุรี)อำเภอบางน้ำเปรี้ยว(เรียกว่า
แม่น้ำแปดริ้ว) อำเภอบางคล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอบางปะกง รวมระยะทาง 230 กิโลเมตร รายการ
ท่องเที่ยวทางเรือในแม่น้ำบางปะกงที่นิยมจัดกัน เริ่มจากตัวเมืองฉะเชิงเทราไปขึ้นฝั่งที่วัดโพธิ์ อำเภอบางคล้า ระยะทาง 25 กิโล
เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง มีเรือด่วนแวะรับผู้โดยสารตามเส้นทางนี้เป็นระยะ หรือจะเช่าเรือหางยาวขนาดจุ 8-10 คน
จากท่าเรือหน้าตลาดในตัวเมืองหรือท่าเรือหน้าตลาดบางคล้า หรือท่าน้ำวัดโสธรฯ อัตราค่าเช่าเรือแล้วแต่จะตกลง
กันตามจำนวนผู้
โดยสารและระยะทางที่เดินทาง ระหว่างล่องเรือจะได้ชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ
ส่วนใหญ่เป็นสวนผักและสวนผลไม้
เช่นสวนมะม่วง
สวนมะพร้าว มีตลาดเล็กๆ ริมแม่น้ำ เช่น ตลาดบ้านใหม่ และตลาดบ้าน
หมู่ ที่ยังมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไทย บ้านเรือนทั้งแบบ
สมัยใหม่และสมัยโบราณ รวมทั้งวัดต่างๆ
สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอบางคล้า
วัดโพธิ์บางคล้า
อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 23 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ประมาณ 17 กิ
โลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3121 ไปอีก 6 กิโลเมตร เข้าตัวอำเภอบางคล้า ผ่านศาลเจ้าตากสินมหาราชแล้วเลี้ยวซ้าย
ประมาณ 500 เมตร หรือสามารถเดินทางโดยทางเรือจากตลาดตัวเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งท่าเรือจะอยู่
บริเวณด้านหลังของห้างตะวัน
ออกพลาซ่ามาขึ้นที่ท่าน้ำของวัดก็ได้ วัดโพธิ์บางคล้าเป็นวัดที่น่าชมอย่างยิ่ง เนื่องจากต้นไม้ใหญ่ทุกต้นในบริเวณวัดเต็มไปด้วยค้าง
คาวแม่ไก่จำนวนนับแสนตัว ค้างคาวแม่ไก่มีปีกสีดำ หน้าตาเหมือนสุนัขป่า คือ มีจมูกและใบหูเล็ก ตาใหญ่ ขนสีน้ำตาลแกมแดง ใน
เวลากลางวันจะเกาะห้อยหัวลงตามกิ่งไม้อยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ยามพลบค่ำก็ออกไปหากิน เป็นที่น่าแปลก ว่าแม้ค้างคาวพวกนี้จะกิน
ผลไม้เป็นอาหาร แต่ไม่เคยไปทำความเสียหายให้กับสวนผลไม้ของชาวบางคล้าเลย
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้งอยู่ในตัวอำเภอบางคล้า สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้น
ทางเดิน
ทางทัพผ่านในการกอบกู้เอกราชหลังเหตุการณ์เสียกรุง เล่ากันว่าก่อนหน้านั้นเคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์ชัยชนะ
ของพระองค์
เมื่อสู้รบกับพม่าที่บริเวณนั้น ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ. 2484 โดยไม่ทราบสาเหตุแต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา และ
ได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชนี้ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2531
สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอพนมสารคาม
เขาหินซ้อน
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) กิโลเมตรที่ 53 อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 53 กิโลเมตร เป็น
ภูเขาที่มีความสูงไม่มากนัก ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่น้อยรูปทรงต่างๆ เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ บริเวณเขาหินซ้อนจัดเป็น
สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ซึ่งประดิษฐานพระบวรราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระปิ่น
เกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศาลนี้เมื่อปี พ.ศ. 2522 ด้านหลัง
ของศาลนี้เป็นที่ตั้งของวัดเขาหินซ้อน
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 กิโลเมตรที่ 51-52 ในเขตตำบลเขาหินซ้อนและตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม มีเนื้อที่รวม
ทั้งสิ้น 1,929 ไร่ เป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ โดยความร่วมมือทั้งจากส่วนราชการและเอกชน มีการจำ
แนกพื้นที่ภาย
ในศูนย์เพื่อทำการสาธิตลักษณะงานต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปลูกพืช การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำงานศิลปาชีพและ
โครงการสวนป่าสมุนไพร โดยจัดตั้งเป็น สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก เพื่อดูแลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพืชต่างๆทั้ง
สมุนไพรและต้นไม้หายาก ได้แก่ ต้นลาพรรษาและต้นชมพูภูคาซึ่งขณะนี้พบได้ที่นี่แห่งเดียวในโลก
ภายในอาคารจัดเป็นนิทรรศ
การบรรยายและสาธิตการผลิตสมุนไพรต่างๆ
ทางศูนย์ฯ มีที่พักสำหรับเยาวชนที่มาทัศนศึกษาได้ประมาณ 120-150 คน ติดต่อล่วงหน้าหรือทำหนังสือถึงพัฒนาชุมชน จังหวัดฉะ
เชิงเทรา หรือที่หน่วยงานรวมศูนย์พัฒนาเขาหินซ้อน โทร. (038) 599009และสำหรับผู้ที่จะเข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องการเจ้าหน้าที่นำ
ชม ต้องทำหนังสือติดต่อล่วงหน้าที่นี่เช่นเดียวกัน
สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอบางปะกง
เขาดิน
อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทราไปตามลำน้ำบางปะกงประมาณ 14 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าคลองอ้อมไปอีก 2 กิโลเมตรสองฝั่งคลอง
เป็นป่าจาก มีบ้านเรือนของชาวบ้านตั้งอยู่เป็นระยะ ลักษณะของเขาดินเป็นเนินหินแกรนิตอย่างหินเขาสามมุข สูงประมาณ 15 เมตร
ตั้งอยู่โดดเดี่ยวล้อมรอบด้วยทุ่งนาและป่าจากบนยอดเขาซึ่งมีต้นไม้ขนาดเล็กขึ้นอยู่นั้น เป็นที่ตั้งของ วัดเขาดิน หรือ วัดปถวีปัพ
ตาราม ภายในวัดมีมณฑปร้างเหลือแต่อิฐสีแดงอยู่หลังหนึ่งเก่าแก่มาก เข้าใจว่าเป็นที่ประดิษฐานรอย
พระพุทธบาท
สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอสนามชัยเขต
อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง
ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลลาดกระทิง ห่างจากที่ว่าการอำเภอไป 9 กิโลเมตร ตามเส้นทางพนมสารคาม-หนองคอกจากนั้นจะมีแยกเข้าไป
ทางขวามืออีก 2 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง
สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตกิ่งอำเภอท่าตะเกียบ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ 643,750 ไร่ ตั้งอยู่ในใจกลางขอพื้นที่ป่าผืนใหญ่ซึ่งเป็นรอยต่อ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชล
บุรี ระยอง จันทบุรี และปราจีนบุรี อันเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก สภาพภูมิประเทศทั่วไปมีความลาดชัน
ไม่
มากนักโดยทั่วไปมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 30-150 เมตร มีพื้นที่ป่าปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง เป็นป่าต้น
น้ำลำ
ธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา คลองโตนดในจังหวัดจันทบุรี และแม่น้ำประแสร์ในจังหวัดระยอง บริเวณป่ามี
สัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกพันธุ์ต่างๆ นอกจากนั้นยังมี น้ำตกอ่างฤาไน ซึ่งอยู่ห่างจากหน่วย
พิทักษ์ป่าประมาณ 2 กิโลเมตร
การเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-พนมสารคามจากอำเภอพนมสารคามใช้เส้นทางหมายเลข 3245 ถึงกิ่งอำเภอท่าตะ
เกียบ จากนั้นไปตามเส้นทางราดยางสู่บ้านหนองคอก ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางสู่อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด
สระแก้วอีกประมาณ 15 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ในบริเวณ
เดียวกัน ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะต้องขออนุญาตจากกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ โดยติดต่อไปที่
579-4847
|