:: สนับสนุนโดย ::
 
 
 
  กิจกรรม

กิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยนั่นมีมากมายหลากหลายรูปแบบทั้งบนบกและใต้น้ำ ท่านสามารถเลือกกิจกรรมท่องเที่ยวที่ท่านสนใจ ได้ดังต่อไปนี้

 :: ประเภทของกิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย ::
พักโฮมสเตย์ สุดมันกับล่องแก่ง - แพ ปีนหน้าผา โรงตัว กิจกรรมเดินป่าชมธรรมชาติ ล่องเรือตามลำคลอง
กิจกรรมในค่ายทหาร ขี่จักรยานชมธรรมชาติ ผ่อนคลายกับสปา ส่องกล้องมองนก นั่งช้างท่องไพร
ส่องกล้องชมดาว ดำน้ำดูปะการัง      
 :: ขี่จักรยาน ท่องเที่ยว ::
เกาะเมืองอยุธยา เกาะรัตนโกสินทร์ อุทยานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดพิษณุโลก
จังหวัดนครนายก จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่    
 :: เกาะรัตนโกสินทร์ ::

กรุงเทพมหานครได้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงของไทยในปี พ.ศ.2325 โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีพระราชดำริว่าบริเวณที่
ตั้งของกรุงธนบุรีทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา แม้มีลักษณะเป็นดอนแต่ก็เป็นท้องคุ้ง น้ำเซาะตลิ่งพังอยู่เสมอไม่คงทนถาวรในขณะที่ทางฝั่ง
กรุงเทพฯ มีชัยภูมิดีกว่า คือ มีลักษณะเป็นแหลม มีพื้นที่เพิ่มอยู่เสมอ มีลำน้ำเป็นขอบเขตกว่าครึ่ง หากมีข้าศึกมาประชิดพระนครก็สามารถป้องกัน
ได้โดยง่าย ด้วยเหตุนี้จึงมีพระราชดำริให้สร้าง เมืองหลวงขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาอันถือเป็นการเริ่มต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ และ
เป็นที่มาของเกาะรัตน โกสินทร์ในเวลาต่อมา

ขอบเขตของเกาะรัตนโกสินทร์
ขอบเขตของเกาะรัตนโกสินทร์ถูกกำหนดโดยแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเข้ามาเป็นกำแพงกั้นพระนครอยู่ด้านหนึ่ง และคลอง อีก 3 สายที่รายล้อมแบ่ง
พระนครออกเป็นชั้น ๆ 3 ชั้น โดยคลองชั้นในสุดที่ขีดคั่นส่วนที่เป็นเพชรแท้เอาไว้เป็น เขตกรุงเทพฯ ชั้นในสุดก็คือคลองคูเมืองเดิม อันเป็นคลองที่
ขุดขึ้นเป็นคูเมืองในสมัยกรุงธนบุรี มีปากคลองด้านหนึ่งอยู่ที่ปาก คลองตลาด และอีกด้านหนึ่งที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฯ

คลองรอบกรุง เป็นคลองที่ขุดขึ้นเป็นคูเมืองกรุงเทพฯ อย่างแท้จริงในปี พ . ศ . 2326 คลองนี้เริ่มต้นขึ้นที่ป้อมพระสุเมรุ เรียกคลองบางลำภู และไป
สิ้นสุดที่บริเวณวัดเลียบ เรียก คลองโอ่งอ่าง ตลอดรายทางของคลองแห่งนี้มีการสร้างป้อม ปราการและกำแพงเมืองขึ้น 14 แห่ง ในปัจจุบันยังคง
เหลือป้อมปราการอยู่เพียง 2 แห่ง คือ ป้อมพระสุเมรุ บางลำพู และ ป้อมมหากาฬ เชิงสะพานผ่านฟ้าฯ

คลองผดุงกรุงเกษม ขุดขึ้นเพื่อขยายพื้นที่กรุงเทพฯ ออกไปให้กว้างขวางขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 และเป็น
คลองคูเมืองชั้น นอกสุด เริ่มต้นตั้งแต่ เทเวศร์ด้านหนึ่งและไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้านหนึ่งที่บริเวณ
ใกล้ ๆ โรงแรมริเวอร์ซิตี้ ท่าน้ำสี่ พระยา

ด้วยลักษณะการแบ่งพื้นที่โดยคลองดังกล่าวแล้ว เกาะรัตนโกสินทร์จึงมีลักษณะเป็นเมือง 3 ชั้น และมี
ความหมายโดยนัย ได้เป็น2 กรณี คือเกาะรัตนโกสินทร์ที่หมายเฉพาะส่วนชั้นในสุดอันเป็นเพชรแท้บน
ยอดเรือนแหวน หรือที่เรียกว่า "หัวแหวน" เป็นที่ตั้งของวัดวาอาราม ปราสาทราชวัง และสิ่งก่อสร้าง
โบราณต่าง ๆ ภายในขีดคั่นของคลองคูเมืองเดิมหรือส่วนทั้งหมด อันได้ แก่พื้นที่ภายในบริเวณขีดคั่น
ของคลองทั้ง 3 แห่งนั่นเอง

เส้นทางจักรยานรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ในปัจจุบันพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะส่วนในสุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ส่วนราชการ ในวันเสาร์กลางคืนและเช้าวัน อาทิตย์ รถยนต์มีน้อย การ
จราจรไม่พลุกพล่าน จักรยานสามารถใช้ถนนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้รัก จักรยานจะนำ รถของตนมาขี่ชมการประดับ
ไฟฟ้าส่องสว่างโบราณสถานอันสวยงามในตอนกลางคืน และชมกรุงรัตน โกสินทร์อันสงบเงียบในช่วงเช้า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)
จึงสำรวจและจัดทำเส้นทางจักรยานรอบเกาะรัตน โกสินทร์ขึ้น โดยเส้นทางดังกล่าวมีหลักอยู่ 3 ประการ คือ

ประการที่1 ใช้ถนนปรกติให้มากที่สุด เพื่อยืนยันแนวคิดที่ว่า จักรยานก็มีสิทธิในการใช้ถนนเช่นเดียวกับยาน พาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ทุกชนิด
ประการที่ 2 หลบเลี่ยงพื้นที่ที่มีการจราจรพลุกพล่านให้มากที่สุด เพื่อความเพลิดเพลินในการขี่จักรยานชมเกาะรัตน โกสินทร์
ประการที่ 3 แวะชมสถานที่สำคัญให้มากที่สุด

เส้นทางจักรยานรอบเกาะรัตนโกสินทร์อาจเริ่มต้นจากจุดใดก็ได้ บนเส้นทางสายนี้ ขอเพียงอยู่บนเส้นทาง ผู้ใช้จักรยานก็ จะมีความมั่นใจในการ
ใช้จักรยานมากขึ้นและได้ชมสถานที่ที่น่าสนใจได้อย่างครบถ้วน ในที่นี้ขอใช้ถนนราชดำเนิน นอกบริเวณหน้า ททท. เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทาง

เส้นทางช่วงที่ 1 ททท . ราชดำเนิน - ลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์

ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร
เริ่มจากอาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก ใช้เส้นทางคู่ขนานตรงไปสะพานผ่าน
ฟ้าลีลาศเมื่อ ถึงสี่แยกไฟแดงหยุดรอสัญญาณเหมือนรถยนต์ทั่วไปต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่ง
ครัดเมื่ออยู่บนถนนสาธารณะ ทาง ซ้ายมือคือ ตึกเก่าของกระทรวงคมนาคมที่เกาะกลางถนนจะมองเห็น
ต้นมะขามเรียงรายร่มรื่น เป็นระยะ ๆ ตลอดเส้นทาง

เมื่อเคลื่อนที่ตามสัญญานไฟแล้วก็เลี้ยวขวาขึ้นสะพานผ่านฟ้าลีลาศเข้าถนนราชดำเนินกลาง จุดนี้ควรระวัง
เป็นพิเศษ เนื่องจากมีรถยนต์พลุกพล่านและต้องแล่นตัดเส้นทางจราจรเป็นรูปกากบาทหากขี่กันเป็นขบวน
ต้องมีการเกาะกลุ่มโดยเฉพาะในจุดอันตรายเพื่อเคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กัน เมื่อมองไปรอบตัวสะพานผ่านฟ้าลีลาศจะเห็นสิ่งสำคัญๆ ของเกาะรัตน
โกสินทร์มากมายจุดแรกที่หยุดคือ ลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ จากจุดนี้เองจะเห็นโลหะปราสาท ตั้งตระหง่านมีฉากหลัง เป็นพระบรมรูปรัชกาลที่ 3
ด้านซ้ายเป็นป้อมมหากาฬและกำแพงพระนคร ริมป้อมเป็นคลองรอบกรุง ไกลออกไปเป็นภูเขาทอง หากเป็นช่วงเวลากลางคืนก็จะสวยงามเพราะมี
การประดับไฟส่องสว่าง

เส้นทางช่วงที่ 2 ลานพลับพลาฯ - เสาชิงช้า

ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
จากลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ ใช้เส้นทางไปทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนดินสอขี่ไปบนเส้น ทางเดินรถมวลชน เมื่อไปได้
ช่วงหนึ่งก็จะเข้าสู่ย่านเสาชิงช้า ซ้ายมือคือ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ศูนย์กลางการบริหาร งานส่วนท้องถิ่นของชาว กทม. ถัดมาทางขวามือเป็น
เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ศูนย์กลางของผู้นับถือศาสนาพราหมณ์ในประเทศไทย เมื่อไปถึงสามแยกเป็นจุดที่ควรระวังเป็นพิเศษต้องหยุดรอสัญญาณ
จราจรแล้วแยกเข้าสู่ลานเสาชิงช้า

จากลานเสาชิงช้า ด้านหนึ่งคือถนนบำรุงเมือง ถนนสายเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ในอดีต เสาชิงช้า และวัดสุทัศน์เทพวรา รามฯ ศาลาว่าการกรุงเทพ
มหานคร และลานคนเมือง ซึ่งทาง กทม . ได้ประดับไฟที่บริเวณจุดนี้ด้วยเช่นกัน

เส้นทางช่วงที่ 3 เสาชิงช้า - วัดโพธิ์

ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
ออกจากเสาชิงช้า ขี่เลียบกำแพงวัดสุทัศน์ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่สถนนตีทอง ตรงไปถึงสามแยกเข้าถนนราชบพิธ ซึ่งต้องระวังรถทางแยกเมื่อเข้าถนน
ราชบพิธจะร่มรื่นด้วยต้นไม้และเงียบสงบ จากนั้นขี่ตรงไปข้ามสี่แยกตัดถนนเฟื่องนคร ผ่านไปหน้า วัดราชบพิธฯ แล้วแล่นตรงต่อไปจนถึงสาม
แยกตัดถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานช้างโรงสี ข้ามคลองคูเมืองเดิมเข้าถนน กัลยาณไมตรี สองข้างทางเป็นตึกสวย ซ้ายเมืองเป็นกรมแผนที่
ทหาร ขวามือคือกระทรวงกลาโหม แล้วตรงไปจนถึงสามแยกตัดถนนสนามไชยเลี้ยวขวาขึ้นบาทวิถีเลียบหน้ากระทรวงกลาโหมผ่านปืนใหญ่ที่ตั้ง
หน้ากระทรวง ซึ่งหนึ่งในนี้คือนาง พญาตานี ปืนใหญ่ที่สวยที่สุดด้วยจอดพักที่ศาลหลักเมือง และ วัดพระแก้วแล้วขี่ย้อนกลับผ่านสวนสราญรมย์
และไปกลับ รถตามวงเวียนหน้ากรมการรักษาดินแดนเลี้ยวซ้ายเลียบวัดโพธิ์ ผ่านท่าเตียน แล้วเลาะไปชมวัดอรุณฯ ที่ท่าสุพรรณจากนั้น เลี้ยวซ้าย
ไปหยุดพักที่วัดโพธิ์ ภายในลานวัดโพธิ์นี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีการประดับไฟฟ้าสวยงามสว่างไสว พระมหาเจดีย์ 4 องค์ของวัดโพธิ์สวยงามประทับใจ
ยิ่งนัก

เส้นทางช่วงที่ 4 วัดโพธิ์ - ป้อมพระสุเมรุ

ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
จากวัดโพธิ์ อ้อมกลับมาทางด้านถนนสนามไชย แล้ววนกลับตามเส้นทางเดิม พอถึงสามแยกท่าเตียน
จะเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมหาราช จากนั้นแล่นไปตามถนนมหาราชชิดบาทวิถีเลาะเลียบกำแพงพระบรม
มหาราชวัง ท่าราชวรดิษ ท่าช้าง ท่าพระ ท่าพระจันทร์ เลี้ยว ขวาเข้าสู่ถนนประชาธิปไตยที่ร่มรื่นด้วยต้น
ประดู่ ด้านหนึ่งเป็นกำแพงเก่าของวังหน้า ถึงหัวมุม สนามหลวง เลี้ยวซ้ายเลียบผ่านหน้ามหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ พบกับต้นมะขามสนามหลวงอีกครั้ง แล่นต่อไปผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งขาติ พระนคร
หรืออดีตวังหน้าเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชินี ผ่านหน้าโรงละครแห่งชาติวัดพระแก้ววังหน้าแล้วเลี้ยวขวาลอด
ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าฯ เข้าสู่ถนนพระอาทิตย์ แล่นตรงไปจนถึงป้อมพระสุเมรุ จุดที่ต้องระวังอีกจุดคือ
ทางโค้งก่อนเข้าสู่ป้อมรถยนต์อาจแล่นออกมาเร็ว ให้ดูคนข้างหน้าให้ดี พอถึงป้อมพระสุเมรุจะ เลี้ยวซ้ายเขาไปทางด้านหลังของตัวป้อม

เส้นทางช่วงที่ 5 ป้อมพระสุเมรุ - ททท .

ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
จากป้อมพระสุเมรุ แล่นตามถนนพระสุเมรุจนถึงสี่แยกบางลำภูตรงสี่แยกเป็นจุดอันตรายอีกแห่งหนึ่ง
เพราะจักรยานที่ ชิดซ้ายจะเลี้ยวขวา เมื่อพ้นแยกบางลำภู รถจะน้อยทำให้ขี่จักรยานได้ สบายขึ้นจาก
บางลำภูขี่ตรงไปจนถึงหน้าโรงพักชนะ สงครามเลี้ยวซ้ายเข้าถนนข้าวสารบริเวณนี้ หากเป็นเวลากลาง
คืนจะมี นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศออกมานั่งดื่ม และรับประทานอาหารเดินเล่นหรือซื้อของที่วางขาย
อยู่บรรยากาศคึกคักน่าสนุกสนานมาก ออกจากถนนข้าวสารจะกลับไปถนนสิบ สามห้าง และกลับออกสู่
ถนนราชดำเนินกลางอีกครั้งหนึ่ง โดยแล่นบนบาทวิถี แล่นข้ามสะพานผ่านฟ้าฯ ไปเข้าถนนคู่ขนานริมซ้าย
สุดตามถนนราชดำเนินนอก ไปเลี้ยวขวากลับรถมาสิ้นสุดการเดินทางที่ ททท. อีกครั้งหนึ่ง